ระบบเผาผลาญพัง แก้ได้ด้วย 7 วิธี ฟื้นฟูระบบเผาผลาญให้กลับมาดีเหมือนเดิม
เคยลดน้ำหนักมาหลายวิธี แต่น้ำหนักยังคงที่ หรือบางทีน้ำหนักตัวกลับดีดขึ้นไปเสียอีก นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนบ่งบอกว่า ระบบเผาผลาญพัง มาลองเช็กว่าสาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่ ทำไมลดหุ่นไม่ได้ผล และทำอย่างไรระบบเผาผลาญจึงกลับมาดีเหมือนเดิม
ระบบเผาผลาญคืออะไร
โดยปกติระบบเผาผลาญ หรือ Metabolism System คือกระบวนการทางเคมีในร่างกายของคนเราที่เปลี่ยนสารอาหารกินเข้าไปให้กลายเป็นพลังงานเพื่อเอามาใช้ในกระบวนการต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้ เช่น การหายใจ การสร้างกล้ามเนื้อและกระดูก ตลอดจนการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ คนที่มีระบบเผาผลาญดีจะเหลือแคลอรี่สะสมเป็นไขมันน้อย เป็นสาเหตุที่บางคนกินเยอะแต่น้ำหนักไม่เพิ่ม แต่บางคนตรงกันข้าม ระบบเผาผลาญพังอาการ ผิดปกติของร่างกายหลาย ๆ อย่างทำให้ลดน้ำหนักยังไงก็ไม่เห็นผล
เครดิตภาพ: www.freepik.com
จะรู้ได้ไงว่าระบบเผาผลาญพัง
สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ ระบบเผาผลาญของเราเริ่มไม่ดีแล้ว จะมีอาการที่สังเกตเห็นได้หลายอย่าง เช่น
- น้ำหนักตัวคงที่ ใครกำลังพยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีต่าง ๆ แต่น้ำหนักตัวก็ไม่ลดลงเสียที หรือลดลงในอัตราที่น้อยมาก
- กินเท่าเดิมแต่น้ำหนักเพิ่มขึ้นเนื่องจากระบบเผาผลาญทำงานไม่เหมือนปกติ น้ำหนักจึงพุ่งขึ้นมากกว่าเดิม ทั้งที่กินปริมาณเท่า ๆ กับที่เคยกิน
- เหนื่อยและอ่อนเพลียง่ายเนื่องจากระบบเผาผลาญช่วยเพิ่มพลังานให้กับร่างกาย หากระบบเผาผลาญมีปัญหาจะทำให้ร่างกายมีปัญหาไปด้วย รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายกว่าปกติ เพราะพลังงานในร่างกายไม่เพียงพอเหมือนเดิม
- ผิวแห้งกร้านและผมร่วงระบบเผาผลาญทำงานไม่เหมือนปกติ เนื่องจากความบกพร่องของฮอร์โมนไทรอกซิน (Thyroxin) ทำให้ผิวพรรณหยาบกร้าน ผิวแห้ง และผมร่วงมากกว่าปกติ
- ประจำเดือนมาผิดปกติผู้หญิงวัยสาวที่พบว่าประจำเดือนมาช้า มามากผิดปกติ หรือไม่มาเลยส่วนหนึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบเผาผลาญเริ่มมีความผิดปกติก็เป็นได้
อาการทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าร่างกายเกิดปัญหาหรือเริ่มเสื่อมถอยแล้ว ทำให้ลดน้ำหนักยังไงก็ไม่ได้ผลนั่นเอง
บทความที่น่าสนใจ : เทคนิคลดน้ำหนักแบบรวดเร็วด้วยวิธีธรรมชาติ
ระบบเผาผลาญไม่ดีเกิดจากอะไร
ระบบเผาผลาญพัง เป็นปัญหาที่เกิดจากภายในร่างกายทำให้การลดน้ำหนักล้มเหลว สาเหตุของปัญหามาจากหลายอย่างด้วยกัน
เครดิตภาพ: www.freepik.com
- อายุมากขึ้นระบบการทำงานภายในร่างกาย รวมทั้งระบบเผาผลาญ เริ่มเสื่อมถอย ส่งผลให้อัตราการเผาผลาญลดลง พลังงานที่หลงเหลือจึงถูกเก็บอยู่ในรูปแบบของไขมัน ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นและมีโอกาสเป็นโรคอ้วนได้ง่าย
เครดิตภาพ: www.freepik.com
- ความเครียดเวลาร่างกายผลิตฮอร์โมนความเครียดออกมา ส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติและรู้สึกหิวบ่อยขึ้น
- ป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับฮอร์โมนบางอย่าง เช่น ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ทำให้อัตราการเผาผลาญลดลง และมีความเสี่ยงที่น้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นด้วย
- ลดน้ำหนักแบบผิดวิธี เช่น อดอาหาร กินน้อยเกินไป ทำให้ร่างกายขาดสมดุล อ่อนเพลียไม่มีเรี่ยวแรง อาการน้ำหนักขึ้น ๆ ลง ๆ ซ้ำซากเกิดจากระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานผิดปกติหรือลดประสิทธิภาพลง และเปลี่ยนพลังงานเก็บไว้ในรูปของไขมันมากขึ้นนั่นเอง
- ผลข้างเคียงจากการใช้ยาไม่ถูกต้อง ส่งผลต่อระบบเผาผลาญโดยตรงทำให้มีปัญหาอ้วนง่ายผิดปกติได้เช่นกัน
- ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ทำให้ระบบเผาผลาญผิดปกติ และระบบทางเดินอาหารดูดซึมสารอาหาร แร่ธาตุ และวิตามินได้น้อยลง
อาการที่พบได้บ่อยๆ ในคนที่ระบบเผาผลาญพัง คือ น้ำหนักตัวลงยากหรือขึ้นง่ายผิดปกติทั้งที่พยายามน้ำหนัก ควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่กลับไม่เป็นผลเลย น้ำหนักตัวไม่ลดอย่างที่ตั้งใจ ทั้งยังรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้ามากกว่าปกติ มักจะมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ รวมทั้งระบบการทำงานของฮอร์โมนเพศผิดปกติ เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ ประจำเดือนขาด หรือความรู้สึกทางเพศลดลง ผิวพรรณแห้งกร้าน ผมร่วงมากกว่าปกติ
บทความที่น่าสนใจ : วิธีลดไขมันทั่วร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ
7 วิธี ฟื้นฟูระบบเผาผลาญ
ระบบเผาผลาญพังแก้ยังไง การที่ร่างกายเผาผลาญช้าลงหรือไม่เผาผลาญเลย ย่อมส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เกิดผลเสียต่อสุขภาพทั้งระยะสั้น และระยะยาว หากจะฟื้นฟูให้กลับมาดีเหมือนเดิม ระบบเผาผลาญพังวิธีแก้ต้องทำอย่างไรบ้าง
1. เลิกอดอาหาร
เครดิตภาพ: www.freepik.com
ในแต่ละวันรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายของเราทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ รับประทานโปรตีนเป็นหลักเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อและเร่งอัตราการเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้นอีก 20%-30% อย่ากลัวแป้งและไขมันซึ่งเป็นสารอาหารที่ทำให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้ดี ส่วนคาร์โบไฮเดรตช่วยให้มีพลังงานทำกิจกรรมต่างๆ และสมองทำงานได้เป็นปกติ
2. พักผ่อนให้เพียงพอ
เครดิตภาพ: www.freepik.com
การนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายได้พักผ่อนและเกิดกระบวนการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ นอนอย่างน้อยวันละ 7- 8 ชั่วโมงช่วยให้ระบบเผาผลาญกลับมาทำงานเป็นปกติ
3. อย่าปล่อยให้ตัวเองเครียด
ความเครียดมีผลให้ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ เครียดบ่อยก็หิวบ่อย ควรออกกำลังกายและหากิจกรรมผ่อนคลายฟื้นฟูสุขภาพจากความเครียด ช่วยฟื้นฟูระบบเผาผลาญให้กลับเป็นปกติได้
4. ปรับพฤติกรรมการกิน
เครดิตภาพ: www.freepik.com
สำหรับคนกำลังมีปัญหาระบบเผาผลาญพัง พฤติกรรมการกินอาหารมีส่วนสำคัญมาก แนะนำให้ปรับอาหารมื้อใหญ่แบ่งย่อยเป็นมื้อเล็ก ๆ รับประทานน้อย ๆ แต่บ่อยขึ้น และดื่มน้ำวันละไม่น้อยกว่า 500 มล. เพิ่มอัตราการเผาผลาญได้ถึง 30% เลยทีเดียว ทานอาหารรสเผ็ดร้อนบ่อย ๆ ก็ดี จะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกายได้ด้วย
5. ออกกำลังกายประเภทเวทเทรนนิ่งควบคู่กับคาร์ดิโอ
เครดิตภาพ: www.freepik.com
เช่น ยกเวท ควบคู่กับการวิ่งและกระโดด อย่างน้อย 2-4 วันต่อสัปดาห์ เพื่อสร้างมวลกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญพลังงาน พร้อมทั้งลดระดับน้ำตาลในเลือด และลดการสะสมไขมันตามร่างกายได้มากขึ้น
ช้อปเลย ! : อุปกรณ์ฟิตเนสคุณภาพสูง มีหลากหลายแบบให้เลือก
6. ดื่มชาเขียว จิบกาแฟดำ
เครดิตภาพ: www.freepik.com
มีงานวิจัยบอกมาว่าคาเฟอีนในกาแฟ และสารคาเทชินในชาเขียว ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญสารอาหารได้ แต่เน้นย้ำเลยว่าไม่หวานและไม่ใส่นม
7. ปรับทัศนคติให้พร้อม
การแก้ระบบเผาผลาญพังต้องใช้ทั้งเวลาและความอดทนเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเป็นปกติ
เครดิตภาพ: www.freepik.com
แผน 9 วันฟื้นฟูระบบเผาผลาญ
การฟื้นฟูระบบเผาผลาญให้กลับมาแข็งแรงนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยความต่อเนื่องและการดูแลอย่างเป็นระบบ จากการศึกษาของ Journal of Clinical Nutrition พบว่าการปรับพฤติกรรมอย่างค่อยเป็นค่อยไปใน 9 วัน สามารถช่วยฟื้นฟูระบบเผาผลาญได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1.ช่วงที่ 1
วันที่ 1-3 (ระยะปรับสมดุล) การเริ่มต้น 3 วันแรกเป็นช่วงที่สำคัญที่สุด เราจะเน้นการปรับพื้นฐานการใช้ชีวิตให้เข้าที่ก่อน เริ่มจากการนอนให้เป็นเวลา ตื่นนอนช่วง 6-7 นาฬิกา ดื่มน้ำอุ่นทันทีที่ตื่นนอน 1-2 แก้ว และรับประทานอาหารเช้าภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่น งานวิจัยจาก Harvard Medical School พบว่าการรับประทานอาหารเช้าช่วยกระตุ้นการเผาผลาญได้สูงถึง 10%
2.ช่วงที่ 2
วันที่ 4-6 (ระยะเพิ่มประสิทธิภาพ) หลังจากร่างกายเริ่มปรับตัวได้แล้ว เราจะเพิ่มกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบ HIIT (High-Intensity Interval Training) สลับกับการเดินเร็ว การศึกษาจาก International Journal of Exercise Science แสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายแบบ HIIT สามารถเพิ่มอัตราการเผาผลาญได้นานถึง 24 ชั่วโมงหลังการออกกำลังกาย
3.ช่วงที่ 3
วันที่ 7-9 (ระยะต่อยอด) ในช่วงสุดท้าย เราจะผสมผสานทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทั้งการนอน การกิน และการออกกำลังกาย พร้อมเพิ่มอาหารที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ เช่น โปรตีนคุณภาพสูง อาหารที่มีแคปไซซิน และชาเขียว ตามการศึกษาของ American Journal of Clinical Nutrition พบว่าการรับประทานโปรตีนสามารถเพิ่มการเผาผลาญได้ถึง 20-30% ในช่วง 2-3 ชั่วโมงหลังรับประทาน
ข้อควรรู้จากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญพัง
การฟื้นฟูระบบเผาผลาญไม่ใช่เรื่องของการลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการปรับสมดุลร่างกายทั้งระบบ งานวิจัยล่าสุดจาก Metabolism Journal ปี 2023 พบว่าการนอนหลับที่เพียงพอมีผลต่อการทำงานของฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวและการเผาผลาญ โดยคนที่นอนหลับไม่เพียงพอมีระดับฮอร์โมนเกรลิน (ฮอร์โมนความหิว) สูงขึ้นถึง 15%
นอกจากนี้ ยังมีการค้นพบที่น่าสนใจจาก Cell Metabolism ที่ระบุว่าการรับประทานอาหารในช่วงเวลาที่จำกัด (Time-Restricted Feeding) สามารถช่วยปรับระบบเผาผลาญให้ทำงานได้ดีขึ้น โดยแนะนำให้รับประทานอาหารภายในช่วงเวลา 8-10 ชั่วโมงต่อวัน
ข้อควรระวังสำหรับการฟื้นฟูระบบเผาผลาญ
ในช่วงการฟื้นฟูระบบเผาผลาญ มีข้อควรระวังที่ไม่ควรมองข้าม งานวิจัยจาก Journal of Clinical Medicine แสดงให้เห็นว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่รวดเร็วเกินไปอาจส่งผลเสียต่อระบบเผาผลาญในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วง 3 วันแรกของการปรับเปลี่ยน
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงฟื้นฟู
- การอดอาหารแบบกะทันหัน เพราะจะยิ่งทำให้ระบบเผาผลาญแย่ลง
- การออกกำลังกายหักโหมเกินไป ควรค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้น
- การนอนดึกหรือนอนไม่เป็นเวลา เพราะกระทบต่อฮอร์โมนที่ควบคุมการเผาผลาญ
บทความที่เกี่ยวข้อง : ออกกำลังกายวันละกี่นาที ถึงจะดีที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบเผาผลาญ
1.ระบบเผาผลาญจะกลับมาปกติใช้เวลานานแค่ไหน?
- การศึกษาจาก Metabolic Research Center พบว่าการฟื้นฟูระบบเผาผลาญให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอในการปฏิบัติตามแผนและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
2.อายุมีผลต่อการฟื้นฟูระบบเผาผลาญหรือไม่?
- งานวิจัยจาก American Journal of Physiology แสดงให้เห็นว่าอายุมีผลต่ออัตราการเผาผลาญ โดยหลัง 30 ปี อัตราการเผาผลาญจะลดลงประมาณ 2-3% ต่อทศวรรษ แต่สามารถชะลอการลดลงได้ด้วยการออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ
3.การนอนดึกส่งผลต่อระบบเผาผลาญอย่างไร?
- การศึกษาจาก Sleep Medicine Reviews พบว่าการนอนดึกส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเลปติน (ฮอร์โมนควบคุมความอิ่ม) ลดลง 15-20% และเพิ่มฮอร์โมนเกรลิน (ฮอร์โมนกระตุ้นความหิว) ถึง 25% ส่งผลให้รู้สึกหิวบ่อยและระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ
กรณีพิเศษที่ต้องใส่ใจ
สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว
- การฟื้นฟูระบบเผาผลาญในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือไทรอยด์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มแผนฟื้นฟู เนื่องจากอาจต้องมีการปรับแผนให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย งานวิจัยจาก Endocrine Society Journal แนะนำให้มีการติดตามระดับน้ำตาลในเลือดอย่างใกล้ชิดระหว่างการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
สำหรับผู้ที่ทำงานกะดึก
- คนที่ต้องทำงานเป็นกะหรือทำงานไม่เป็นเวลา สามารถปรับแผนการฟื้นฟูให้เข้ากับตารางชีวิตได้ โดยเน้นการนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน แม้จะไม่ใช่เวลากลางคืน และจัดมื้ออาหารให้สอดคล้องกับช่วงเวลาตื่น
ตัวช่วยเสริมจากธรรมชาติ
นอกจากการปรับพฤติกรรมแล้ว มีสารอาหารจากธรรมชาติที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญได้ การศึกษาจาก Nutrition Research พบว่า
- ชาเขียว มีสาร EGCG ที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญได้ 4-5%
- พริก สารแคปไซซินช่วยเพิ่มการเผาผลาญชั่วคราวได้ถึง 8%
- โปรตีนจากปลา กรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบและปรับสมดุลฮอร์โมน
สรุป
สำหรับคนกำลังมีปัญหา ระบบเผาผลาญพังได้ไม่ยาก ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตส่งผลให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงทั้งภายในและภายนอก จดบันทึกการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักและสัดส่วนแต่ละวัน ให้กำลังใจตัวเองหน้ากระจกเสมอว่าเราทำได้ แล้วคุณจะพบกับความสำเร็จในที่สุด
ที่มาข้อมูล:
https://www.sanook.com/men/73653/
https://ihealzy.com/metabolism/
https://www.wongnai.com/beauty-how-to/how-to-fix-metabolism
บทความนี้เขียนโดย...
โค้ชปูแน่น (ปู จักรินทร์ บุญลาภ)
เป็น CEO และที่ปรึกษาด้านการพัฒนาทีมเทรนเนอร์ในฟิตเนสของตัวเองที่ Real Gym ซาฟารีเวิลด์ รวมถึงแบรนด์อาหารเสริม และที่ปรึกษาด้าน Training Quality ให้กับทีมเทรนเนอร์ของ Sport club และฟิตเนสชั้นนำ
โปรไฟล์โค้ชปูแน่น
บทความทั้งหมด
โทร Call
หมวดหมู่สินค้าทั้งหมด
เลือกหมวดหมู่เครื่องออกกำลังกายที่คุณต้องการ
Powered by Mirasvit Magento 2 Extensions
-
เพิ่มไขมันดี (HDL) เพื่อสุขภาพหัวใจที่แข็งแรง เทคนิคและ 20 อาหารที่แนะนำ
-
คาร์โบไฮเดรต พลังงานสำคัญสำหรับนักออกกำลังกาย และนักกล้าม
-
15 ประโยชน์ของการวิ่ง ลงทุนสุขภาพง่ายๆ ด้วยการวิ่ง
-
อาหารหลังออกกำลังกาย ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ เสริมพลัง สร้างผลลัพธ์ที่ดี
-
เคล็ดลับออกกำลังกายช่วงมีประจำเดือน - ฟิต หุ่นสวย คลายปวด ด้วยวิธีง่ายๆ