ติดต่อเจ้าหน้าที่
เครื่องออกกำลังกาย อุปกรณ์ออกกําลังกาย อุปกรณ์ฟิตเนส
view-th view-en
ตะกร้า 0 ตะกร้าสินค้า

วิธีแก้ปัญหาก้นใหญ่สำหรับผู้หญิงและผู้ชาย กระชับสัดส่วนให้ได้ผลด้วยท่าออกกำลังกาย

วิธีแก้ปัญหาก้นใหญ่สำหรับผู้หญิงและผู้ชาย กระชับสัดส่วนให้ได้ผลด้วยท่าออกกำลังกาย

promotion homefittools

ปัญหาไขมันสะสมบริเวณสะโพกเป็นความกังวลของทั้งผู้ชายและผู้หญิง แม้จะเป็นปัญหาเดียวกัน แต่วิธีการจัดการอาจแตกต่างกันตามสรีระและฮอร์โมน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้เราเลือกวิธีจัดการได้อย่างเหมาะสม

ความแตกต่างของในผู้ชายและผู้หญิง

จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า ผู้ชายและผู้หญิงมีการสะสมไขมันที่แตกต่างกัน ในผู้หญิง ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีผลให้ร่างกายสะสมไขมันบริเวณสะโพกและต้นขามากกว่า เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ ส่วนผู้ชายมักสะสมไขมันบริเวณหน้าท้องมากกว่า เนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน

ในด้านผลกระทบต่อสุขภาพ การสะสมไขมันที่สะโพกอาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหว ทำให้เกิดอาการปวดหลังและข้อเข่า โดยเฉพาะเมื่อต้องนั่งหรือยืนเป็นเวลานาน

วิธีแก้ปัญหาก้นใหญ่ ทำอย่างไรให้ก้นกระชับได้รูป

ปัญหาก้นใหญ่เป็นปัญหาที่พบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง โดยสาเหตุหลักมาจากการสะสมของไขมันและกล้ามเนื้อที่อ่อนแอ การแก้ปัญหานี้ต้องทำอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

การออกกำลังกายเฉพาะสำหรับกระชับก้น

1.การสควอท

การสควอทเป็นท่าพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูงในการกระชับก้น เริ่มจากการยืนแยกเท้ากว้างเท่าสะโพก ย่อตัวลงช้าๆ ให้ก้นยื่นไปด้านหลังเหมือนกำลังจะนั่งเก้าอี้ ระหว่างที่ย่อตัวลง ให้เก็บหน้าท้อง หลังตรง และกดส้นเท้าลงพื้นให้แน่น ลงให้ต่ำจนต้นขาขนานกับพื้น จากนั้นค่อยๆ ดันตัวขึ้น พร้อมกับบีบก้นให้แน่น ทำซ้ำประมาณ 15 ครั้งต่อเซต

2.การลันจ์

การลันจ์เป็นอีกท่าที่ช่วยกระชับก้นได้ดี ก้าวขาข้างหนึ่งไปด้านหน้า ย่อตัวลงให้เข่าหลังแตะพื้น ระหว่างทำให้เกร็งก้นและหน้าท้องตลอดเวลา ดันตัวขึ้นด้วยการใช้แรงจากขาหน้าและก้น สลับขาทำอีกข้าง ทำต่อเนื่องประมาณ 12 ครั้งต่อข้าง

3.การฝึกบริดจ์หรือสะพานโค้ง

 นอนหงายชันเข่า วางเท้าราบกับพื้น ยกสะโพกขึ้นโดยใช้แรงจากก้นและต้นขาด้านหลัง ยกให้สูงจนร่างกายเป็นเส้นตรงจากไหล่ถึงหัวเข่า ค้างไว้สักครู่แล้วค่อยๆ ลดลง ทำซ้ำประมาณ 20 ครั้ง

 


อุปกรณ์ออกกำลังกายที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้



Promotion1
Promotion2
Promotion3

การปรับอาหารเพื่อลดไขมันที่ก้น

การจะกระชับก้นให้ได้ผลดี นอกจากการออกกำลังกายแล้ว การควบคุมอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน

1.การจัดมื้ออาหารให้เหมาะสม

อาหารเช้าควรรับประทานโปรตีนคุณภาพดี เช่น ไข่ขาว เต้าหู้ อกไก่ ร่วมกับคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนอย่างข้าวกล้องหรือขนมปังโฮลเวท ส่วนมื้อกลางวันควรเน้นโปรตีนไขมันต่ำและผักใบเขียว มื้อเย็นควรเบาลง แต่ยังคงมีโปรตีนคุณภาพดีและผักหลากหลายชนิด

2.การเลือกอาหารเสริมกล้ามเนื้อ

การเสริมโปรตีนหลังออกกำลังกายจะช่วยซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อบริเวณก้นได้ดีขึ้น ควรรับประทานโปรตีนคุณภาพดีภายใน 30 นาทีหลังออกกำลังกาย โดยเฉพาะโปรตีนจากเวย์ที่ร่างกายดูดซึมได้เร็ว

3.การจัดการน้ำและการขับถ่าย

การดื่มน้ำให้เพียงพอประมาณ 2-3 ลิตรต่อวัน จะช่วยระบบเผาผลาญทำงานได้ดี ลดการสะสมของเสียและน้ำส่วนเกิน รวมถึงช่วยระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ ซึ่งส่งผลต่อรูปร่างบริเวณก้นโดยตรง

 

การปรับพฤติกรรมประจำวัน

1.การยืนและการนั่ง

การนั่งทำงานเป็นเวลานานทำให้กล้ามเนื้อก้นอ่อนแอ ควรลุกเดินทุก 1 ชั่วโมง หรือใช้โต๊ะทำงานแบบยืนสลับกับการนั่ง เวลานั่งควรเกร็งก้นเป็นจังหวะสั้นๆ เพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ

2.การเดินและการวิ่ง

การเดินหรือวิ่งบนพื้นที่ลาดชันจะช่วยกระชับก้นได้ดี ควรเริ่มจากการเดินเร็วบนลู่วิ่งที่ยกระดับ 5-8 องศา เมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้นค่อยเพิ่มเป็นการวิ่งเหยาะๆ แล้วค่อยเพิ่มความเร็วและระดับความชันตามความเหมาะสม

3.การนอนและการพักผ่อน

การนอนหลับที่เพียงพอมีผลโดยตรงต่อการเผาผลาญไขมันและการสร้างกล้ามเนื้อบริเวณก้น ควรนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน เข้านอนและตื่นเป็นเวลา การนอนไม่เพียงพอจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด ส่งผลให้สะสมไขมันง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณก้นและต้นขา

 

การดูแลผิวบริเวณก้น

1.การนวดและการบำรุง

การนวดก้นเป็นประจำจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดการสะสมของไขมัน และช่วยให้ผิวเต่งตึง วิธีนวดที่ถูกต้องคือใช้ฝ่ามือและนิ้วกดคลึงเป็นวงกลม เริ่มจากบริเวณใต้ก้นขึ้นมาด้านบน นวดวันละ 5-10 นาทีหลังอาบน้ำ

2.การใช้ผลิตภัณฑ์กระชับสัดส่วน

ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน สารสกัดจากสาหร่าย หรือวิตามินอี ทาและนวดเบาๆ หลังอาบน้ำเช้าเย็น ร่วมกับการดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย

3.การวัดผลและติดตามความก้าวหน้า

  • การวัดขนาด

การวัดรอบก้นควรทำทุก 2 สัปดาห์ โดยวัดบริเวณส่วนที่กว้างที่สุดของก้น ในท่ายืนตรง เท้าชิด และไม่เกร็งก้น บันทึกค่าไว้เพื่อดูพัฒนาการ อย่าวัดถี่เกินไปเพราะการเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา

  • การถ่ายรูป

ถ่ายรูปด้านข้างและด้านหลังทุก 2 สัปดาห์ ในท่าและเสื้อผ้าเดิม แสงเดิม เพื่อเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลง การถ่ายรูปจะช่วยให้เห็นความก้าวหน้าได้ชัดเจนกว่าการวัดขนาดอย่างเดียว

สรุป

การแก้ปัญหาก้นใหญ่ต้องอาศัยความอดทนและความสม่ำเสมอ ต้องทำควบคู่กันทั้งการออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร และการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นได้ชัดหลังทำต่อเนื่อง 8-12 สัปดาห์ แต่ถ้าต้องการรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ยาวนาน ต้องปรับเปลี่ยนเป็นวิถีชีวิตใหม่อย่างถาวร


บทความนี้เขียนโดย...


โค้ชปูแน่น

โค้ชปูแน่น (ปู จักรินทร์ บุญลาภ)


เป็น CEO และที่ปรึกษาด้านการพัฒนาทีมเทรนเนอร์ในฟิตเนสของตัวเองที่ Real Gym ซาฟารีเวิลด์ รวมถึงแบรนด์อาหารเสริม และที่ปรึกษาด้าน Training Quality ให้กับทีมเทรนเนอร์ของ Sport club และฟิตเนสชั้นนำ

โปรไฟล์โค้ชปูแน่น

บทความทั้งหมด