ติดต่อเจ้าหน้าที่
เครื่องออกกำลังกาย อุปกรณ์ออกกําลังกาย อุปกรณ์ฟิตเนส
view-th view-en
ตะกร้า 0 ตะกร้าสินค้า

เข้าฟิตเนสครั้งแรก เตรียมตัวง่ายๆ พร้อมเคล็ดลับสำหรับมือใหม่

เข้าฟิตเนสครั้งแรก เตรียมตัวง่ายๆ พร้อมเคล็ดลับสำหรับมือใหม่
promotion homefittools

สวัสดีครับ ก่อนอื่นเลย โค้ชปูแน่นขอชื่นชมที่คุณตัดสินใจเริ่มต้นการออกกำลังกายนะครับ การเข้าฟิตเนสครั้งแรกอาจจะน่าตื่นเต้นปนกับกังวลไปบ้าง แต่ไม่ต้องห่วงครับ วันนี้ผมจะแนะนำการเตรียมตัวอย่างละเอียด เพื่อให้คุณมั่นใจและพร้อมออกสตาร์ทเต็มที่

วางแผนการออกกำลังกายก่อนเข้าฟิตเนส

เลือกโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะกับเป้าหมายของคุณ

ขั้นแรกให้กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน คุณอยากจะลดน้ำหนัก เพิ่มกล้ามเนื้อ หรือแค่รักษาสุขภาพทั่วไปดี ลองเขียนเป้าหมายและติดไว้หน้าฟิตเนสเป็นแรงผลักดัน จากนั้นเลือกโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะสม เช่น

  • ลดน้ำหนัก - เน้นคาร์ดิโออย่างวิ่ง ว่ายน้ำ จักรยาน และเวทเทรนนิ่งความหนักปานกลาง
  • เพิ่มกล้ามเนื้อ - เวทเทรนนิ่งให้เน้นแต่ละส่วนสลับกัน อย่าลืมเว้นวันพัก
  • รักษาสุขภาพ - ออกกำลังให้ครบทุกส่วน หมั่นยืดเหยียด ฝึกการหายใจ

 

Tip: ลองประเมินสมรรถภาพเบื้องต้น ออกกำลังกาย 20-30 นาที อัดคลิปเอาไว้เทียบพัฒนาการ

ศึกษาความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการออกกำลังกาย

แค่คุณได้อ่านบทความนี้ก็เยี่ยมแล้วครับ ถือว่าเริ่มต้นถูกทางครับ ผู้เริ่มต้นหลายคนมุ่งมั่นเข้ายิม แต่เมื่อไม่มีความรู้พื้นฐาน ก็มักจะออกกำลังผิดท่าจนเจ็บตัวหรือเลิกออกกำลังกายไปเลย

ผมแนะนำให้ศึกษาโภชนาการควบคู่ไปด้วย อย่างน้อยจดบันทึกสัดส่วนโปรตีน/ไขมัน/คาร์โบฯ ที่กินในแต่ละวัน จะช่วยให้เข้าใจร่างกายตัวเองมากขึ้น และเห็นพัฒนาการได้ชัดขึ้นด้วยครับ

 

การเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น 

1.เลือกชุดออกกำลังกายที่สบายและเหมาะสม

ชุดและรองเท้าสำคัญมาก เพราะถ้าขัดจังหวะการเคลื่อนไหวเมื่อไหร่ คุณอาจจะรู้สึกหงุดหงิดจนต้องออกจากฟิตเนสไปเลยก็ได้ เลือกชุดที่ทำจากเนื้อผ้าระบายความร้อนและซับเหงื่อได้ดี ผมเลือกใส่เสื้อกล้ามเพื่อให้มองเห็นกล้ามเนื้อชัดเวลาออกกำลัง รองเท้าเลือกที่มีแผ่นรองรับส้นเท้าและพื้นกันลื่น ซื้อรองเท้าสักสองคู่สลับกันจะช่วยยืดอายุการใช้งานครับ

2.ขวดน้ำและผ้าขนหนู – อุปกรณ์สำคัญที่ห้ามลืม

สองสิ่งนี้จะเป็นตัวช่วยสำคัญเลยนะครับ ให้เลือกขวดน้ำที่ใช้ง่าย มีสายสะพายไหล่จะดีมาก อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ น้ำจะช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกายระหว่างออกกำลังกาย และช่วยชะลอความเหนื่อยล้า ส่วนผ้าขนหนูก็ต้องมีเพื่อเช็ดเหงื่อ เหงื่อที่ไหลลงตาเผลอๆ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ผมมักจะเตรียมผ้าขนหนูสองผืนเผื่อไว้เสมอ

3.รองเท้าออกกำลังกายที่เหมาะกับกิจกรรม

บางคนใช้รองเท้าออกกำลังผิดประเภท สำหรับการเดินทั่วไปแบะการวิ่งบนลู่วิ่ง รองเท้าที่เหมาะสมคือรองเท้าเดินเบา มีแผ่นฟองน้ำรองรับแรงกระแทก ส่วนถ้าวิ่งบนลู่ ควรใช้รองเท้าสำหรับวิ่งโดยเฉพาะเพื่อป้องกันการลื่นไถล พวกซ้อมแอโรบิก ควรเลือกรองเท้าเต้นที่มีพื้นยางหนาเพื่อลดแรงกระแทกครับ ดูแบรนด์ที่มีชื่อเสียง พนักงานขายเค้ารู้ดีแหล่ะครับ ว่ารุ่นไหนเหมาะกับคุณที่สุด

 

โซนออกกำลังกายที่มือใหม่ควรรู้ 

1.โซนคาร์ดิโอ

ฟิตเนสทุกที่ต้องมีโซนคาร์ดิโอเป็นพื้นฐาน คุณจะเจอลู่วิ่งแบบต่างๆ อยู่ในโซนนี้ ทั้งลู่ธรรมดา ลู่แบบลดแรงกระแทก เครื่องจักรยาน เครื่องบันได ฯลฯ ซึ่งช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจและการไหลเวียนโลหิต สามารถลดความดันได้ดีมากครับ

ผมแนะนำให้เริ่มคาร์ดิโอโดยทำวันละ 15 นาทีก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มเวลา พร้อมกับปรับโหมดการออกให้หนักขึ้น จนสามารถทำได้ 30 นาทีติดต่อกัน แสดงว่าหัวใจเริ่มแข็งแรงดีขึ้นแล้วครับ

Tip: ทดสอบความแข็งแรงหัวใจของคุณ โดยวิ่งคาร์ดิโออย่างต่อเนื่อง 30 นาทีดู ไม่ต้องไปกังวลถ้าทนไม่ถึง เพราะนั่นคือสัญญาณบอกความแข็งแรงของหัวใจคุณ พอฝึกไปเรื่อยๆ คุณจะสามารถคาร์ดิโอได้นานขึ้นครับ

อุปกรณ์ออกกำลังกายคาร์ดิโอ



2.โซนเวทเทรนนิ่ง

ในโซนนี้จะมีอุปกรณ์หลากหลาย เช่น ดัมเบล บาร์เบล และเครื่องสายเคเบิล ซึ่งช่วยเพิ่มแรงต้านให้กล้ามเนื้อออกแรงได้มากขึ้น แนะนำให้เริ่มจากน้ำหนักเบาเพื่อความปลอดภัย และเมื่อคุณเริ่มคุ้นเคย ค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักทีละนิด จะช่วยให้คุณรู้สึกถึงการทำงานของกล้ามเนื้อได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

อุปกรณ์แต่ละชนิดเหมาะกับการฝึกกล้ามเนื้อมัดต่างๆ เช่น ดัมเบลและบาร์เบล เหมาะสำหรับกล้ามเนื้อไหล่ หน้าอก และต้นแขน ส่วนเครื่องสายเคเบิลเหมาะสำหรับการฝึกกล้ามเนื้อหลังและขา เพราะกล้ามเนื้อบริเวณแขนและขามักจะอ่อนแรงกว่าลำตัว ผมแนะนำให้ฝึกกล้ามเนื้อส่วนนี้ก่อน เพื่อสร้างความแข็งแรงเป็นพื้นฐาน แล้วค่อยเน้นส่วนลำตัวในภายหลังครับ!


อุปกรณ์ออกกำลังกายเวทเทรนนิ่ง



3.โซนฟังก์ชันนัลเทรนนิ่ง

ในโซนนี้มีอุปกรณ์อย่างสวิสบอล โยคะบอล ซึ่งเหมาะสำหรับการฝึกความสมดุลและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อ โดยเน้นการยืดและหดตัวของกล้ามเนื้อเป็นหลัก สำหรับมือใหม่ อาจต้องใช้เวลาเล็กน้อยในการปรับตัว แต่เมื่อชินแล้ว จะรู้สึกถึงการพัฒนาของร่างกายได้อย่างชัดเจนครับ!


อุปกรณ์ออกกำลังกายฟังก์ชันนัลเทรนนิ่ง



4.คลาสออกกำลังกายแบบกลุ่ม

คลาสออกกำลังกายหลากหลาย เช่น โยคะ พิลาทิส ซุมบ้า มวยไทย สปินนิ่ง ฯลฯ เหมาะกับผู้ที่ชอบออกกำลังกายเป็นกลุ่ม มีเพื่อนใหม่ๆ คอยให้กำลังใจ โดยมีครูฝึกที่ผ่านการอบรมมาดูแลอย่างใกล้ชิด ป้องกันการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายที่ไม่ถูกวิธีได้

ผมแนะนำให้ลองเข้าคลาสต่างๆ จนกว่าจะเจอคลาสที่ถูกใจ ซึ่งจะช่วยให้มีวินัยและสนุกไปกับการออกกำลังกายในระยะยาว ส่วนคนที่ไม่ถนัดเข้ากลุ่ม การออกกำลังกายคนเดียวก็มีข้อดีเช่นกัน คือจัดตารางง่าย ปรับได้ตามใจชอบ และไม่ต้องเขินอายใคร

มารยาทที่ควรรู้ในการใช้ฟิตเนส

1.การใช้เครื่องเล่นร่วมกับผู้อื่น

ในฟิตเนสเราต้องใช้พื้นที่ร่วมกับผู้อื่น ดังนั้นจึงควรคำนึงถึงมารยาทด้วย นอกจากการรอคิวใช้เครื่องเล่นอย่างเป็นระเบียบแล้ว ถ้าต้องการใช้เครื่องเล่นที่มีคนกำลังใช้อยู่ ให้เดินเข้าไปและพูดขอใช้เมื่อเขาเล่นเสร็จได้เลยครับ แต่ควรเว้นระยะห่างพอสมควร ไม่ควรยืนจ้องรอจนอีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด

ขณะใช้เครื่องเล่น ควรใช้อย่างรวดเร็ว กระชับ ไม่ยึดเครื่องเล่นแต่ละชนิดนานเกินไป โดยทั่วไปใช้ได้ราวๆ 20-30 นาทีต่อคน แต่ถ้าฟิตเนสไม่ค่อยแออัดก็ใช้ได้นานหน่อยได้ครับ ถ้ายังเล่นไม่จบแต่มีคนมารอ แนะนำให้หาเวลามาเล่นใหม่ดีกว่า

2.วิธีจัดการกับอุปกรณ์หลังใช้งาน

หลังเล่นเครื่องเสร็จ อย่าลืมเช็ดเหงื่อที่ติดอยู่ที่เครื่องออกด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือผ้าขนหนูที่ฟิตเนสเตรียมไว้ให้ หรือถ้าใช้อุปกรณ์อื่นอย่างดัมเบล ก็อย่าลืมเอาไปเก็บคืนที่เดิมด้วย เราควรทิ้งพื้นที่ให้สะอาดเรียบร้อยเหมือนตอนก่อนเราเข้ามาใช้บริการ เป็นการแสดงน้ำใจต่อผู้ใช้คนต่อไปครับ

นอกจากนี้พยายามอย่าส่งเสียงดังรบกวนคนอื่นระหว่างเล่นเครื่อง หากมีการสนทนาให้ใช้เสียงเบา หรือไปคุยกันที่มุมอื่นแทนจะดีกว่าครับ

 

เทคนิคการเตรียมตัวก่อนเข้าฟิตเนสครั้งแรก 

1.เรียนรู้ท่าพื้นฐานก่อนใช้เครื่องเล่น

ก่อนขึ้นใช้เครื่องเล่น ให้เรียนรู้วิธีการใช้งานที่ถูกต้องและท่าทางต่างๆ ให้ดีเสียก่อน อย่างเครื่องเวทเทรนนิ่ง ต้องรู้ว่าท่าไหนฝึกกล้ามเนื้อส่วนใด จะยกได้หนักเบาขนาดไหน สังเกตวิธีทำและถามเทรนเนอร์หากมีข้อสงสัย ทุกวันนี้ฟิตเนสส่วนใหญ่จะมีคำแนะนำติดไว้ตามจุดต่างๆ แล้ว

คุณควรศึกษาวิธีใช้เครื่องออกกำลังกายแต่ละชนิดให้ดี จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้มาก ผมเคยเห็นมือใหม่ยกเวทผิดท่าบ่อยๆ ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ผลลัพธ์กับกล้ามเนื้อแล้ว ยังเสี่ยงบาดเจ็บอีกด้วย อย่ารีบยกน้ำหนักที่หนักเกินไปตั้งแต่แรก เพราะร่างกายต้องการเวลาในการสร้างความแข็งแรงก่อนครับ!

2.รับคำปรึกษาจากเทรนเนอร์มืออาชีพ

บางฟิตเนสมีเทรนเนอร์คอยให้คำปรึกษา ลองเข้าไปพูดคุยบอกเป้าหมายที่อยากได้ว่าต้องการออกกำลังแบบไหน เทรนเนอร์จะแนะนำโปรแกรมการออกกำลังที่เหมาะกับคุณ และอธิบายวิธีใช้เครื่องเล่นด้วยท่าที่ถูกต้อง

ในมุมมองของเทรนเนอร์ การได้พบปะและพูดคุยกับลูกค้าเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดี ความสัมพันธ์นี้ทำให้เทรนเนอร์ไม่ได้เพียงแค่แนะนำตามหน้าที่ แต่ยังใส่ใจและพร้อมดูแลความก้าวหน้าของคุณในระยะยาว ช่วยให้การฝึกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์เป้าหมายของคุณมากยิ่งขึ้นครับ

3.ตั้งเป้าหมายการออกกำลังกายที่ชัดเจน

การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยกระตุ้นกำลังใจในการไปฟิตเนส ไม่ว่าจะเป็นลดน้ำหนักกี่กิโลกรัม เพิ่มเซ็ตท่าโปรดได้กี่รอบ วิ่งได้กี่นาทีบนลู่ ฯลฯ ตั้งเป้าไว้ก่อน พยายามทำตามเป้านั้นให้ได้ ถ้าทำได้แล้วค่อยเพิ่มระดับความยากขึ้นไปเป็นลำดับ

ผมเห็นคนสร้างแรงจูงใจด้วยการแข่งกับเพื่อนฝูงในฟิตเนส ใครทำได้ตามเป้าก่อนเป็นฝ่ายชนะ หรือบางคนก็แข่งกับตัวเองโดยดูผลลัพธ์จากสัปดาห์ก่อน พอเราเห็นพัฒนาการของตัวเอง มันจะยิ่งอยากมาฟิตเนสต่อเรื่อยๆ จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันครับ

4.เริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายเบาๆ

อย่าเพิ่งฝืนออกกำลังหนักตั้งแต่วันแรก ร่างกายของเราต้องการเวลาปรับตัว การลงแรงมากเกินไปตอนเริ่มต้นอาจทำให้เจ็บตัวได้ง่าย ตอนแรกผมแนะนำออกกำลังแค่สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งนะครับ เน้นท่าพื้นฐานและหายใจให้ถูกวิธีไปก่อน พอเริ่มคุ้นชินค่อยเพิ่มระยะเวลาและจำนวนท่าทีละนิด

ตอนเริ่มยกเวท ให้ยกน้ำหนักเบาๆ แค่พอทำให้กล้ามเนื้อตื่นตัว แล้วสังเกตดูว่าเราทำได้กี่เซ็ต กี่รอบ ดูแรงต้านจากกล้ามเนื้อเป็นหลัก อย่าไปเทียบกับใคร ฟิตเนสเป็นเรื่องเฉพาะตัว ให้แข่งขันกับตัวเราเองเท่านั้นครับ

5.ผสมผสานการออกกำลังกายที่สนุกสนาน

หลายคนมองว่าการออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่น่าเบื่อ ไม่มีอะไรตื่นเต้น แต่แท้จริงแล้ว เราสามารถปรับกิจกรรมให้เข้ากับความชอบส่วนตัวได้ อย่างผมชอบการต่อสู้ ก็เพิ่มคลาสมวยไทยและคิกบ็อกซิ่งเข้าไป รู้สึกสนุกกับการออกกำลังกายตลอด

คุณอาจเปิดเพลงโปรดฟังระหว่างเล่นเวท วิ่งตามจังหวะที่ชอบ หรือดูซีรีส์เพลินๆ บนลู่วิ่ง ให้รางวัลตัวเองหลังเล่นเสร็จด้วยขนมโปรด แค่อย่ากินเกินพอดีก็พอ ลองผสานสิ่งที่ชื่นชอบให้เข้ากับการออกกำลังกายดู จะได้อยากมาฟิตเนสมากขึ้นเพราะมีความสุขในการออกกำลังกาย

6.ชวนเพื่อนมาร่วมสร้างแรงจูงใจ

การมีเพื่อนไปออกกำลังกายด้วยกันทำให้เกิดแรงจูงใจมากขึ้น ชวนเพื่อนมาเข้าฟิตเนสพร้อมกัน นอกจากจะได้มีเพื่อนคุยแล้ว ยังสามารถแข่งขันกันเล่นได้ในบางท่า หรือนัดไปเข้าคลาสพิเศษด้วยกัน เวลามีเพื่อนคอยให้กำลังใจ จะช่วยสร้างความมุ่งมั่นและรักษาวินัยในการออกกำลังได้ดีครับ

 

การติดตามและประเมินความก้าวหน้า 

1.วิธีติดตามความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย

เมื่อออกกำลังกายไปสักพัก สิ่งสำคัญคือต้องติดตามความก้าวหน้าของตัวเอง วิธีง่ายๆ คือการถ่ายรูปร่างกายเก็บไว้ทุกสัปดาห์ โดยใส่เสื้อผ้าชุดเดิม ถ่ายท่าเดิม แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน

หรือลองวัดสัดส่วนร่างกาย เช่น รอบอก เอว สะโพก ต้นแขน ต้นขา จดบันทึกค่าเหล่านี้ไว้ อาจใช้สายวัดตัวหรือตลับเมตรก็ได้ แล้วมาวัดซ้ำในแต่ละสัปดาห์ เราจะได้เห็นตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะช่วยให้มีกำลังใจมากขึ้น

2.การปรับเป้าหมายตามความก้าวหน้า

เมื่อผ่านไประยะหนึ่ง ให้ประเมินความก้าวหน้าของตัวเองว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ ถ้ายังไม่ถึงเป้า ให้ปรับแผนการออกกำลังใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น อาจต้องเพิ่มความหนักหรือระยะเวลามากขึ้น

แต่หากคุณบรรลุเป้าหมายแรกได้แล้ว ก็ให้ตั้งเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายขึ้นไปอีก เช่น เพิ่มระยะวิ่งอีก 1 กิโลเมตร ยกน้ำหนักได้มากขึ้น 5 กิโลกรัม หรือลดเวลาในการวิ่ง 1 กิโลเมตรลง 30 วินาที การปรับเป้าหมายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณมีพัฒนาการที่ดีขึ้นตลอดเวลา

 

การรักษาความต่อเนื่องในการออกกำลังกาย 

1.เทคนิคสร้างวินัยให้ตัวเอง

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายคนล้มเลิกการออกกำลังกลางคัน คือการขาดวินัยนั่นเอง มีเทคนิคง่ายๆ ที่ช่วยได้ เช่น ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายแต่เป็นไปได้ แชร์ความก้าวหน้าให้คนใกล้ตัวได้รับรู้ หรือให้รางวัลตัวเองเมื่อบรรลุเป้าหมายย่อย อย่าลืมเตือนตัวเองเสมอว่าทำไปเพื่ออะไร

ผมเห็นลูกค้าหลายรายที่พอขาดเป้าหมายชัดเจน ก็มักจะออกกำลังกายได้ไม่นาน ครั้งสองครั้งก็เลิกไป แต่พอกำหนดเป้าหมายแล้วจดบันทึกความก้าวหน้าทุกสัปดาห์ ก็มีวินัยมากขึ้น ไม่เคยพลาดเลยสักครั้ง เพราะอยากเห็นพัฒนาการของตัวเอง

2.จัดตารางเวลาออกกำลังกายให้เหมาะสม

ลองเช็คตารางชีวิตประจำวันดู แล้ววางแผนออกกำลังกายให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ อาจจะเป็นช่วงเช้าก่อนไปทำงาน พักเที่ยง หรือหลังเลิกงาน เลือกช่วงที่สะดวกที่สุด อย่าฝืนจนเกินไป เพราะเดี๋ยวจะรักษาความต่อเนื่องไม่ได้

ส่วนตัวผมนัดเทรนลูกค้าช่วงเย็นวันธรรมดา เพราะตอนนั้นคนไม่เยอะ ส่วนเสาร์อาทิตย์ค่อยให้มาช่วงสายหน่อย จะได้มีเวลาพักผ่อนตอนเช้า คนส่วนใหญ่มักจะชอบแผนแบบนี้ ไม่กระทบกับเวลางานและครอบครัวมากนัก

 

โภชนาการที่ช่วยเสริมการออกกำลังกาย 

1.อาหารที่ควรกินก่อนและหลังการออกกำลังกาย

ก่อนออกกำลังกาย ควรกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอ เช่น ข้าวกล้อง เผือก หรือมันฝรั่ง ส่วนหลังออกกำลังกาย ควรเน้นโปรตีนเพื่อช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ และคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวเพื่อฟื้นฟูพลังงานที่เสียไป เมนูที่แนะนำ เช่น ข้าวอกไก่ ข้าวหมูแดง หรือข้าวต้มปลา

สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ให้เลือกโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่น ไก่หรือปลา และปรุงด้วยวิธีนึ่งหรือย่างแทนการทอด ส่วนคาร์โบไฮเดรต ควรเลือกที่มีกากใยสูง เช่น ข้าวกล้อง ถั่ว ผัก หรือผลไม้ ซึ่งช่วยให้อิ่มนานและยังได้วิตามินเสริมอีกด้วยครับ!

2.การคำนวณแคลอรีสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก

ถ้าคุณออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก ต้องควบคุมปริมาณแคลอรีที่กินด้วย โดยทั่วไป ผู้ชายควรได้รับแคลอรี 2,000-2,500 แคลอรีต่อวัน ส่วนผู้หญิงอยู่ที่ 1,500-2,000 แคลอรีต่อวัน แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกที่เกี่ยวข้อง เช่น อายุ เพศ น้ำหนัก ทำให้แต่ละคนต้องการพลังงานในแต่ละวันแตกต่างกัน

เทคนิคง่ายๆ คือ

  1. เลือกอาหารที่ให้พลังงานต่ำ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ
  2. หลีกเลี่ยงของทอด ของหวาน เครื่องดื่มน้ำตาลสูง
  3. จดบันทึกแคลอรีที่กินในแต่ละวัน เทียบกับเป้าหมาย
  4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเผาผลาญแคลอรีส่วนเกิน

ถ้าคุณกินได้ 1,800 แคลอรี แต่ใช้ไป 2,000 แคลอรีต่อวัน ร่างกายจะเผาผลาญไขมันส่วนเกินประมาณ 0.25-0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ การลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไปจะยั่งยืนกว่าการอดอาหารครับ

3.อาหารเสริมที่เหมาะสมสำหรับมือใหม่

นอกจากอาหารมื้อหลักแล้ว อาหารเสริมก็ช่วยสนับสนุนการออกกำลังกายได้ อาหารเสริมสำหรับผู้เริ่มต้นควรเลือกแบบพื้นฐาน เช่น เวย์โปรตีน เครื่องดื่มเกลือแร่ และมัลติวิตามิน เน้นเติมสารอาหารที่ขาดไป เพิ่มกล้ามเนื้อ และฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลัง ยังไม่จำเป็นต้องใช้ตัวที่มีส่วนผสมเฉพาะทางมากนัก

ผมแนะนำให้ปรึกษาเทรนเนอร์หรือนักกำหนดอาหารก่อนเลือกรับประทาน เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้อาหารเสริมที่เหมาะกับเป้าหมายการออกกำลังของคุณจริงๆ

 

การฟื้นฟูร่างกายหลังการออกกำลังกาย

1.การยืดเหยียดกล้ามเนื้อเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ

หลังการออกกำลังกายเสร็จ อย่าลืมยืดเส้นยืดสายเพื่อคลายกล้ามเนื้อ ช่วยลดอาการปวดเมื่อยและป้องกันการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย โดยเน้นยืดกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ เช่น ต้นขา แผ่นหลัง หน้าท้อง ต้นแขน ให้ค้างท่าละ 10-30 วินาที หายใจเข้าออกลึกๆ ผ่อนคลายให้ทั่วร่างกาย

การยืดกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธีควรค่อยๆ ยืดให้ตึงแต่ไม่ถึงขั้นรู้สึกเจ็บ ไม่ควรยืดแบบกระตุกหรือเร็วเกินไป ถ้ามีอาการเจ็บผิดปกติให้หยุดทันที มิฉะนั้นจะยิ่งทำให้กล้ามเนื้อฉีกขาดมากกว่าเดิม

2.การพักผ่อนที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

หลังจากออกกำลังกายหนัก กล้ามเนื้อจะฉีกขาดเป็นจุดเล็กๆ มากมาย ร่างกายต้องการเวลาในการสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาใหม่ ดังนั้นอย่าออกกำลังติดต่อกันเกินไป แนะนำให้พักอย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ นอนหลับให้เพียงพอวันละ 7-9 ชั่วโมง เพื่อให้ฮอร์โมนเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลั่งตัวออกมา

ถ้ามีอาการบาดเจ็บ ควรหยุดการออกกำลังกายทันทีและพักจนกว่าจะหายดี หากอาการรุนแรง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ อย่าเร่งกลับไปเล่นหนักในทันที เพราะอาจทำให้บาดเจ็บซ้ำได้ ควรเริ่มกลับมาออกกำลังกายอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามสภาพร่างกาย และหากไม่มั่นใจ ให้ขอคำแนะนำจากเทรนเนอร์เพื่อความปลอดภัยครับ

 

เครื่องเล่นแนะนำสำหรับมือใหม่ที่ต้องการลดน้ำหนัก 

1.ลู่วิ่งไฟฟ้า

สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก การวิ่งเป็นหนึ่งในการออกกำลังกายที่ได้ผลดีมาก การวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าช่วยเผาผลาญแคลอรีได้มากถึง 600-800 แคลอรีต่อชั่วโมง ง่ายต่อการปรับระดับความหนักเบา เหมาะกับคนทุกวัย สามารถดูซีรีส์หรือฟังเพลงไปด้วยได้

แต่การวิ่งก็มีข้อเสียตรงที่อาจทำให้ข้อเข่าเสื่อมได้ง่าย จึงไม่ควรวิ่งทุกวันหรือระยะทางไกลเกินไป รวมถึงสวมรองเท้าวิ่งที่มีแผ่นรองรับแรงกระแทกที่ดีด้วย หากเริ่มวิ่งไม่ไหว ให้ลดมาเดินเร็วๆ ก่อนค่อยเพิ่มความเร็วทีหลัง

 

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การซื้อลู่วิ่งไฟฟ้าได้ที่นี่

 

2.เครื่องปั่นจักรยาน

การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังที่ได้เหงื่อ แต่แทบไม่มีแรงกระแทกต่อข้อต่อเลย เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย บางเครื่องยังปรับความต้านทานได้หลายระดับ ใครที่อยากเน้นบริหารหน้าท้องและต้นขาเป็นพิเศษก็ลองปรับเพิ่มแรงต้านขึ้นไปได้

นอกจากช่วยลดน้ำหนักแล้ว การปั่นจักรยานยังฝึกการทรงตัวและสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวอีกด้วย แต่คุณอาจรู้สึกปวดก้นบ้างจากการนั่งปั่นนานๆ ขอแนะนำให้เริ่มจากระยะเวลาสั้นๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มจนชินทีหลัง

 

เลือกดู จักรยานออกกำลังกาย ของ Homefittools ได้ที่นี่

 

3.เครื่องเดินวงรี (Elliptical)

เครื่องเดินวงรีเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่เบื่อการเดินหรือวิ่งธรรมดา แถมยังได้บริหารทั้งร่างกายไปพร้อมๆ กัน เพราะต้องใช้ขาและแขนพร้อมกัน การเดินแบบนี้ไม่มีแรงกระแทกเข่าและข้อต่อเลย เหมาะสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้มีปัญหากระดูกและข้อ

ในฟิตเนสบางแห่งอาจจะมีเครื่องเดินวงรีน้อยกว่าเครื่องอื่น ถ้าอยากใช้งานบ่อยๆ อาจต้องมาเวลาที่คนไม่พลุกพล่านมากนัก หรือจองเวลาเครื่องล่วงหน้ากับทางฟิตเนสก็ได้ครับ

เลือกดู เครื่องเดินวงรี ของ Homefittools ได้ที่นี่

 

4.Dumbbell และ Barbell สำหรับเวทเทรนนิ่ง

แม้ว่าอาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆ ของคนที่ต้องการลดน้ำหนัก แต่ถ้าคุณอยากกระชับสัดส่วนควบคู่ไปด้วย การออกกำลังด้วย Dumbbell และ Barbell น้ำหนักเบาก็มีส่วนช่วยได้มากเลยละครับ แนะนำให้เลือกน้ำหนักเบาๆ ก่อนแล้วค่อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ควรเน้นทำท่าฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น Squat กับดัมเบล, Barbell Row, Bench Press น้ำหนักเบา เพราะกล้ามเนื้อมัดใหญ่จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น แต่ต้องระวังอย่ายกหนักเกินไปจนบาดเจ็บ ให้เริ่มจากน้ำหนักที่รู้สึกสบายๆ ทำ 12-15 ครั้งต่อเซ็ตก่อน

สามารถเลือกดู เครื่องออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง ของ Homefittools ได้ที่นี่

 

สรุปการเตรียมตัวเข้าฟิตเนสครั้งแรก

  • เลือกโปรแกรมออกกำลังกายให้เหมาะกับเป้าหมาย ไม่หักโหมเกินกำลัง
  • เตรียมชุดกีฬาและรองเท้าที่เหมาะสม พร้อมขวดน้ำ ผ้าเช็ดตัว
  • เรียนรู้การใช้เครื่องเล่นต่างๆ อย่างถูกวิธี
  • รับคำปรึกษาจากเทรนเนอร์มือาชีพ เพื่อออกแบบโปรแกรมให้เหมาะสม
  • ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น ลดเท่าไร ภายในกี่เดือน
  • เริ่มออกกำลังกายทีละน้อย ค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาและท่าทาง
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและมีวินัย ควบคู่กับรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • เวลาพักผ่อนก็สำคัญ อย่าหักโหมเกินไปจนร่างกายไม่มีโอกาสฟื้นตัว
  • จับคู่ออกกำลังกายกับเพื่อน ช่วยเพิ่มแรงจูงใจและสร้างวินัยได้
  • ประเมินผลความก้าวหน้าเป็นระยะๆ และปรับแผนให้เหมาะสม

 

FAQs: คำถามที่พบบ่อย

1.มือใหม่ควรเริ่มต้นที่เครื่องเล่นแบบไหน?

ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการออกกำลังกาย ถ้าต้องการเผาผลาญไขมันเน้นที่เครื่องคาร์ดิโอ เช่น ลู่วิ่ง จักรยาน เดินวงรี หรือถ้าอยากเพิ่มกล้ามเนื้อให้ใช้เครื่องเวท ฟรีเวท เช่น ดัมเบล บาร์เบล

2.ต้องเตรียมตัวอย่างไรสำหรับการเข้าฟิตเนสครั้งแรก?

ศึกษาโปรแกรมออกกำลังที่เหมาะกับเป้าหมาย เตรียมชุดกีฬาและรองเท้าที่สบาย เรียนรู้เทคนิคการใช้อุปกรณ์ต่างๆ รับคำปรึกษาจากเทรนเนอร์ ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เริ่มออกกำลังแบบไม่หักโหมจนเกินไป

3.มีวิธีรักษาแรงจูงใจในการออกกำลังกายอย่างไร?

  • ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและท้าทายแต่เป็นไปได้
  • หาเพื่อนหรือเทรนเนอร์มาออกกำลังด้วยกัน
  • ติดตามความก้าวหน้าเป็นระยะ เช่น ถ่ายรูป วัดสัดส่วน จดบันทึก
  • หากิจกรรมที่สนุกมาผสมผสาน เช่น เต้น ว่ายน้ำ
  • ให้รางวัลตัวเองเมื่อบรรลุเป้าหมายย่อย

4.เครื่องเล่นแบบไหนเหมาะสำหรับการลดน้ำหนัก?

เครื่องคาร์ดิโอต่างๆ ช่วยเผาผลาญไขมันได้ดี เช่น

  • ลู่วิ่ง เผาแคลอรีสูง แต่ระวังหากมีปัญหาเข่า
  • จักรยาน ปรับระดับแรงต้านได้ ไม่กระแทกข้อ
  • เครื่องเดินวงรี บริหารทั้งตัว เหมาะผู้สูงวัย

นอกจากนี้ ดัมเบลและบาร์เบลน้ำหนักเบาช่วยกระชับสัดส่วนได้ด้วยครับ

5.ควรออกกำลังกายบ่อยแค่ไหนจึงจะเหมาะสม?

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มต้นที่ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ก่อน เว้นวันพักสลับกัน เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัว จากนั้นค่อยๆ เพิ่มเป็น 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ตามความพร้อมของร่างกาย

6.ควรกินอาหารก่อนและหลังออกกำลังกายอย่างไร?

ก่อนออกกำลัง 2-3 ชั่วโมง ควรทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง มันฝรั่ง หลังออกกำลังภายใน 30 นาที ควรทานโปรตีนคุณภาพดีเพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อ เช่น อกไก่ ไข่ขาว ปลา

7.จะรู้ได้อย่างไรว่าออกกำลังกายหนักเกินไป?

สังเกตจากอาการปวดกล้ามเนื้อรุนแรง นอนไม่หลับ เหนื่อยล้าผิดปกติ หัวใจเต้นเร็วแม้พัก หรือมีอาการบาดเจ็บ ควรลดความหนักและพักให้เพียงพอ

8.ถ้าพลาดการออกกำลังกายไปหลายวัน ควรทำอย่างไร?

ไม่ต้องกังวล ให้กลับมาเริ่มต้นใหม่ด้วยความหนักประมาณ 50-70% ของที่เคยทำได้ แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น อย่าหักโหมเพื่อชดเชยวันที่พลาดไป

9.จำเป็นต้องจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวหรือไม่?

ไม่จำเป็น แต่การมีเทรนเนอร์จะช่วยให้ออกกำลังกายได้ถูกต้อง ปลอดภัย และบรรลุเป้าหมายเร็วขึ้น เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการคำแนะนำอย่างใกล้ชิด

10.จะรู้ได้อย่างไรว่าการออกกำลังกายเริ่มได้ผล?

สังเกตได้จากการนอนหลับดีขึ้น มีพลังมากขึ้น เสื้อผ้าหลวมลง กล้ามเนื้อกระชับ ทำกิจกรรมต่างๆ ได้นานขึ้นโดยไม่เหนื่อยง่าย และน้ำหนักตัวหรือสัดส่วนเริ่มเปลี่ยนแปลง


บทความนี้เขียนโดย...


โค้ชปูแน่น

โค้ชปูแน่น (ปู จักรินทร์ บุญลาภ)


เป็น CEO และที่ปรึกษาด้านการพัฒนาทีมเทรนเนอร์ในฟิตเนสของตัวเองที่ Real Gym ซาฟารีเวิลด์ รวมถึงแบรนด์อาหารเสริม และที่ปรึกษาด้าน Training Quality ให้กับทีมเทรนเนอร์ของ Sport club และฟิตเนสชั้นนำ

โปรไฟล์โค้ชปูแน่น

บทความทั้งหมด