Cardio vs HIIT เลือกออกกำลังกายให้เหมาะกับเป้าหมายของคุณ
การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนาสุขภาพและรูปร่าง แต่คำถามที่มักจะเกิดขึ้นคือ ระหว่าง Cardio และ HIIT แบบไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด? บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเกี่ยวกับความแตกต่าง ข้อดี-ข้อเสีย และวิธีการเลือกการออกกำลังกายที่ตอบโจทย์คุณที่สุด พร้อมคำแนะนำในการเริ่มต้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
สารบัญเนื้อหา
Cardio และ HIIT คืออะไร?
Cardio (คาร์ดิโอ)
Cardio หรือ Cardiovascular Exercise หมายถึงการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น การวิ่ง การเดินเร็ว การปั่นจักรยาน และการว่ายน้ำ การออกกำลังกายประเภทนี้เน้นการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยเผาผลาญพลังงานและลดไขมันในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
HIIT (High-Intensity Interval Training)
HIIT หรือ การฝึกแบบหนักสลับเบา เป็นการออกกำลังกายที่เน้นความหนักในช่วงเวลาสั้นๆ สลับกับช่วงพัก เช่น การ Sprint 30 วินาที สลับกับการเดินช้า 1 นาที HIIT ได้รับความนิยมเพราะใช้เวลาน้อย แต่สามารถเผาผลาญพลังงานได้มาก รวมถึงกระตุ้นการเผาผลาญหลังออกกำลังกาย (Afterburn Effect) ที่ยาวนานกว่าการออกกำลังกายแบบ Cardio
ความแตกต่างระหว่าง Cardio และ HIIT
เป้าหมายของการออกกำลังกาย
- Cardio เหมาะสำหรับการเสริมสร้างสุขภาพหัวใจและปอด ลดความเครียด และการเผาผลาญพลังงานในระดับปานกลาง
- HIIT เน้นการเผาผลาญพลังงานอย่างรวดเร็ว เพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อ และกระตุ้นการเผาผลาญหลังออกกำลังกาย
ระยะเวลาในการออกกำลังกาย
- Cardio ใช้เวลานานกว่า (30-60 นาที) เหมาะกับผู้ที่มีเวลาและต้องการความผ่อนคลาย
- HIIT ใช้เวลาสั้น (15-20 นาที) แต่ต้องการความเข้มข้นสูง เหมาะกับผู้ที่มีเวลาจำกัด
การเผาผลาญพลังงาน
- Cardio เผาผลาญพลังงานในขณะออกกำลังกายเท่านั้น
- HIIT เผาผลาญพลังงานทั้งระหว่างและหลังออกกำลังกายได้ยาวนานกว่า (Afterburn Effect)
ข้อดีและข้อเสียของ Cardio และ HIIT
ข้อดีของ Cardio
- Cardio เป็นการออกกำลังกายที่เหมาะกับคนทุกวัยและทุกระดับความฟิต ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นหรือผู้ที่ออกกำลังกายมาอย่างต่อเนื่อง Cardio ก็สามารถปรับให้เข้ากับความต้องการของแต่ละบุคคลได้อย่างง่ายดาย หนึ่งในข้อดีหลักของ Cardio คือการช่วยปรับปรุงระบบไหลเวียนโลหิตและเสริมสร้างสุขภาพหัวใจ การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง เช่น การเดินเร็วหรือการวิ่ง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของหัวใจในการสูบฉีดเลือด และยังลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจในระยะยาว
- นอกจากนี้ Cardio ยังเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการลดความเครียดและเพิ่มสมาธิ เมื่อคุณเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและมีสมาธิมากขึ้น ทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายเพื่อการผ่อนคลายหลังจากวันที่ยาวนาน Cardio จึงไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสุขภาพกาย แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพจิตอีกด้วย
ข้อเสียของ Cardio
- แม้ว่าการออกกำลังกายแบบ Cardio จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อเสียบางประการที่ควรพิจารณา หนึ่งในนั้นคือ การใช้เวลานาน หากเป้าหมายของคุณคือการเผาผลาญแคลอรีอย่างมีนัยสำคัญ การออกกำลังกายแบบ Cardio เช่น การเดินเร็วหรือการวิ่งระยะไกล อาจต้องใช้เวลานานกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับวิธีการออกกำลังกายรูปแบบอื่น เช่น HIIT ที่ให้ผลลัพธ์ในเวลาอันสั้นกว่า นี่อาจเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ที่มีตารางงานแน่นและต้องการประหยัดเวลา
- อีกข้อเสียหนึ่งคือ Cardio ไม่เหมาะสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายประเภทนี้มุ่งเน้นไปที่ระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการเผาผลาญไขมัน มากกว่าการกระตุ้นการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ การฝึก Cardio ในระยะยาวโดยไม่มีการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ อาจทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อการเผาผลาญพลังงานโดยรวมในร่างกาย ดังนั้น ผู้ที่ต้องการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและรูปร่างที่กระชับ อาจต้องรวมการฝึกแบบเวทเทรนนิ่งหรือ HIIT เข้าไปในโปรแกรมออกกำลังกายของตนเองเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ข้อดีของ HIIT
- หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ HIIT (High-Intensity Interval Training) คือความสามารถในการ เผาผลาญไขมันได้อย่างรวดเร็วในเวลาสั้น HIIT มุ่งเน้นการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูง สลับกับช่วงพักฟื้นสั้น ๆ ซึ่งช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญไขมันในร่างกายให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะใช้เวลาเพียง 15-30 นาทีต่อเซสชัน คุณก็สามารถเผาผลาญพลังงานได้เทียบเท่าหรือมากกว่าการออกกำลังกายแบบ Cardio ที่ใช้เวลายาวนาน
- นอกจากนี้ HIIT ยังมีข้อได้เปรียบในเรื่องของ การเพิ่มการเผาผลาญพลังงานหลังออกกำลังกาย (Afterburn Effect) ซึ่งหมายความว่าหลังจากการฝึก HIIT ร่างกายจะยังคงเผาผลาญพลังงานต่อเนื่อง แม้จะหยุดการออกกำลังกายไปแล้วก็ตาม กระบวนการนี้เรียกว่า EPOC (Excess Post-Exercise Oxygen Consumption) ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญในร่างกาย ทำให้ HIIT เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักหรือกระชับสัดส่วนในเวลาอันสั้น
- ข้อดีอีกประการของ HIIT คือการ เสริมสร้างความทนทานของร่างกาย การออกกำลังกายที่เน้นความเข้มข้นสูงในช่วงเวลาสั้น ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อและระบบหัวใจหลอดเลือดไปพร้อมกัน เมื่อฝึกอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะสามารถรับมือกับกิจกรรมที่ใช้พลังงานสูงได้ดีขึ้น ทำให้ HIIT ไม่เพียงแต่เหมาะสำหรับการลดน้ำหนัก แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการปรับปรุงสมรรถภาพโดยรวมของร่างกาย
ข้อเสียของ HIIT
- แม้ว่า HIIT (High-Intensity Interval Training) จะเป็นการออกกำลังกายที่ทรงประสิทธิภาพ แต่ก็มีข้อเสียที่ควรระมัดระวัง โดยเฉพาะ ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหากทำผิดท่า ด้วยความที่ HIIT เน้นความเข้มข้นสูงและการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว การขาดเทคนิคที่ถูกต้องหรือการไม่วอร์มอัพก่อนออกกำลังกายอาจนำไปสู่การบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อหรือข้อต่อได้ง่าย ตัวอย่างเช่น ท่า Burpees หรือ Jump Squats หากทำโดยไม่รักษาท่าทางที่เหมาะสม อาจส่งผลต่อเข่าหรือหลังส่วนล่าง
- นอกจากนี้ HIIT ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะโรคหัวใจหรือปัญหาข้อต่อ การออกกำลังกายด้วยความเข้มข้นสูงอาจเพิ่มความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งเป็นอันตรายสำหรับผู้ที่มีปัญหาดังกล่าว ผู้ที่มีข้อจำกัดทางสุขภาพจึงควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มโปรแกรม HIIT เพื่อให้มั่นใจว่าการฝึกเหมาะสมและปลอดภัย
- ข้อเสียอีกประการหนึ่งคือ ความหนักหน่วงที่อาจทำให้ผู้เริ่มต้นรู้สึกท้อแท้ หากร่างกายยังไม่ชินกับการออกกำลังกายที่ใช้ความพยายามสูงอย่าง HIIT อาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้าเร็วเกินไป ดังนั้น การเริ่มต้นด้วยระดับความเข้มข้นที่เหมาะสมและปรับตามความสามารถจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บและสร้างความมั่นใจในการฝึกระยะยาว
อุปกรณ์ออกกำลังกายที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้
ลู่วิ่งไฟฟ้า ลู่วิ่งออกกำลังกาย Treadmill รุ่น EASY HOME - Homefittools
สินค้าพรีออเดอร์ - กรุณาติดต่อแอดมิน
ส่งทันที
ได้รับภายใน 24 ชม.ผ่อนได้ทุกชิ้น
0% เมื่อซื้อครบ 3000 บาทขึ้นไปราคาพิเศษ ฿ 7,590.00 ราคาปรกติ ฿ 15,980.00เครื่องออกกำลังกายลู่วิ่งไฟฟ้า ลู่วิ่งออกกำลังกาย เหมาะใช้ในบ้าน Treadmill รุ่น ECO | Homefittools
สินค้าพรีออเดอร์ - กรุณาติดต่อแอดมิน
ส่งทันที
ได้รับภายใน 24 ชม.ผ่อนได้ทุกชิ้น
0% เมื่อซื้อครบ 3000 บาทขึ้นไประดับคะแนน:100%ราคาพิเศษ ฿ 8,590.00 ราคาปรกติ ฿ 17,980.00ลู่วิ่งไฟฟ้า ลู่วิ่งออกกำลังกาย Treadmill รุ่น A1 - Homefittools
ส่งทันที
ได้รับภายใน 24 ชม.ผ่อนได้ทุกชิ้น
0% เมื่อซื้อครบ 3000 บาทขึ้นไประดับคะแนน:97%ราคาพิเศษ ฿ 9,990.00 ราคาปรกติ ฿ 19,800.00ลู่วิ่งไฟฟ้า ลู่วิ่งออกกำลังกาย Treadmill รุ่น A3 - Homefittools
ส่งทันที
ได้รับภายใน 24 ชม.ผ่อนได้ทุกชิ้น
0% เมื่อซื้อครบ 3000 บาทขึ้นไประดับคะแนน:100%ราคาพิเศษ ฿ 14,900.00 ราคาปรกติ ฿ 19,990.00ลู่วิ่งไฟฟ้า ลู่วิ่งออกกำลังกาย มอเตอร์ DC Treadmill รุ่น SONIC - Homefittools
สินค้าพรีออเดอร์ - กรุณาติดต่อแอดมิน
ส่งทันที
ได้รับภายใน 24 ชม.ผ่อนได้ทุกชิ้น
0% เมื่อซื้อครบ 3000 บาทขึ้นไประดับคะแนน:100%ราคาพิเศษ ฿ 17,900.00 ราคาปรกติ ฿ 25,900.00ลู่วิ่งออกกำลังกาย Treadmill รุ่น A5 - Homefittools
ส่งทันที
ได้รับภายใน 24 ชม.ผ่อนได้ทุกชิ้น
0% เมื่อซื้อครบ 3000 บาทขึ้นไประดับคะแนน:100%ราคาพิเศษ ฿ 25,900.00 ราคาปรกติ ฿ 47,800.00ลู่วิ่งไฟฟ้า ลู่วิ่งออกกำลังกาย ลู่วิ่งมอเตอร์ AC เกรดฟิตเนส Treadmill รุ่น X10 - Homefittools
สินค้าพรีออเดอร์ - กรุณาติดต่อแอดมิน
ส่งทันที
ได้รับภายใน 24 ชม.ผ่อนได้ทุกชิ้น
0% เมื่อซื้อครบ 3000 บาทขึ้นไประดับคะแนน:100%ราคาพิเศษ ฿ 35,900.00 ราคาปรกติ ฿ 89,000.00ลู่วิ่งไฟฟ้า ลู่วิ่งออกกำลังกาย ลู่วิ่งมอเตอร์ AC ลู่วิ่งมอเตอร์ฟิตเนส Treadmill รุ่น X20 - Homefittools
ส่งทันที
ได้รับภายใน 24 ชม.ผ่อนได้ทุกชิ้น
0% เมื่อซื้อครบ 3000 บาทขึ้นไประดับคะแนน:100%ราคาพิเศษ ฿ 39,900.00 ราคาปรกติ ฿ 71,800.00ลู่วิ่งไฟฟ้า ลู่วิ่งออกกำลังกาย ลู่วิ่งมอเตอร์ AC ลู่วิ่งมอเตอร์ฟิตเนส Treadmill รุ่น X20s - Homefittools
ส่งทันที
ได้รับภายใน 24 ชม.ผ่อนได้ทุกชิ้น
0% เมื่อซื้อครบ 3000 บาทขึ้นไประดับคะแนน:100%ราคาพิเศษ ฿ 42,900.00 ราคาปรกติ ฿ 79,800.00ลู่วิ่ง ลู่วิ่งไม่ใช้ไฟฟ้า ลู่วิ่งออกกำลังกาย Treadmill รุ่น CX7- Homefittools
ส่งทันที
ได้รับภายใน 24 ชม.ผ่อนได้ทุกชิ้น
0% เมื่อซื้อครบ 3000 บาทขึ้นไประดับคะแนน:100%ราคาพิเศษ ฿ 55,900.00 ราคาปรกติ ฿ 128,000.00ลู่วิ่งไฟฟ้า ลู่วิ่งออกกำลังกาย Treadmill รุ่น REAL - Homefittools
ส่งทันที
ได้รับภายใน 24 ชม.ผ่อนได้ทุกชิ้น
0% เมื่อซื้อครบ 3000 บาทขึ้นไประดับคะแนน:100%ราคาพิเศษ ฿ 59,000.00 ราคาปรกติ ฿ 99,000.00ลู่วิ่งออกกำลังกาย ลู่วิ่งไร้มอเตอร์ Curve ลู่วิ่งไม่ใช้ไฟฟ้าปรับแรงต้านได้ Treadmill รุ่น CX8 - Homefittools
ส่งทันที
ได้รับภายใน 24 ชม.ผ่อนได้ทุกชิ้น
0% เมื่อซื้อครบ 3000 บาทขึ้นไประดับคะแนน:93%ราคาพิเศษ ฿ 59,000.00 ราคาปรกติ ฿ 118,000.00เครื่องออกกำลังกายลู่วิ่งไฟฟ้า ลู่วิ่งออกกำลังกาย เกรดฟิตเนส มอเตอร์ AC Treadmill รุ่น X11 | Homefittools
สินค้าพรีออเดอร์ - กรุณาติดต่อแอดมิน
ส่งทันที
ได้รับภายใน 24 ชม.ผ่อนได้ทุกชิ้น
0% เมื่อซื้อครบ 3000 บาทขึ้นไประดับคะแนน:100%ราคาพิเศษ ฿ 59,900.00 ราคาปรกติ ฿ 118,000.00ลู่วิ่งไฟฟ้า ลู่วิ่งออกกำลังกาย ลู่วิ่งระบบสายพาน Treadmill รุ่น X12 - Homefittools
สินค้าพรีออเดอร์ - กรุณาติดต่อแอดมิน
ส่งทันที
ได้รับภายใน 24 ชม.ผ่อนได้ทุกชิ้น
0% เมื่อซื้อครบ 3000 บาทขึ้นไประดับคะแนน:100%ราคาพิเศษ ฿ 79,900.00 ราคาปรกติ ฿ 158,000.00
HIIT หรือ Cardio เลือกแบบไหนให้เหมาะกับเป้าหมายของคุณ
การตัดสินใจเลือกระหว่าง HIIT (High-Intensity Interval Training) และ Cardio ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและความต้องการเฉพาะของคุณ การเข้าใจจุดเด่นของทั้งสองรูปแบบการออกกำลังกายจะช่วยให้คุณเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมที่สุด
หากคุณต้องการลดไขมัน
สำหรับผู้ที่ตั้งเป้าหมายในการ ลดไขมันอย่างรวดเร็ว และมีเวลาออกกำลังกายจำกัด HIIT เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด ด้วยความเข้มข้นของการฝึกที่สูงและการใช้พลังงานในช่วงระยะเวลาสั้น HIIT สามารถกระตุ้นการเผาผลาญแคลอรี่ได้ทั้งระหว่างและหลังการออกกำลังกาย (Afterburn Effect) ซึ่งหมายความว่าร่างกายยังคงเผาผลาญไขมันต่อเนื่องแม้หลังจากคุณหยุดฝึกแล้ว ดังนั้น หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วในเรื่องของไขมันหน้าท้องและร่างกายที่กระชับ HIIT เป็นคำตอบ
หากคุณต้องการสุขภาพหัวใจและปอด
หากเป้าหมายของคุณคือการ พัฒนาสุขภาพหัวใจและปอด รวมถึงการเพิ่มความอึดและความยืดหยุ่นของระบบไหลเวียนโลหิต การเลือก Cardio ถือว่าเหมาะสมที่สุด การออกกำลังกายแบบ Cardio เช่น วิ่ง, เดินเร็ว, หรือปั่นจักรยาน เน้นการใช้กล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่องในระดับความหนักปานกลาง ช่วยให้หัวใจและปอดแข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและความดันโลหิตสูง รวมถึงช่วยลดความเครียดและทำให้นอนหลับดีขึ้น การฝึก Cardio ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายในระยะยาวเพื่อสุขภาพที่ดีโดยรวม
หากคุณเป็นมือใหม่
สำหรับผู้ที่ เพิ่งเริ่มต้นออกกำลังกาย หรือมีพื้นฐานทางร่างกายที่ยังไม่แข็งแรง การเริ่มต้นด้วย Cardio เป็นทางเลือกที่ดี เนื่องจากเป็นการฝึกที่ไม่หนักเกินไป ช่วยให้ร่างกายได้ปรับตัวกับการออกกำลังกาย เช่น การเดินเร็วหรือการปั่นจักรยานเบาๆ จะช่วยเสริมความแข็งแรงพื้นฐานของกล้ามเนื้อและระบบหัวใจ หลังจากที่ร่างกายพร้อม คุณสามารถค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นไปยังการฝึกแบบ HIIT เพื่อเพิ่มศักยภาพและผลลัพธ์ที่หลากหลายมากขึ้น
ตัวอย่างโปรแกรม Cardio และ HIIT
ตัวอย่าง Cardio
- วิ่งบนลู่วิ่ง 30 นาที (โซน2 Heart Rate Zone 2)
- ปั่นจักรยาน 20-40 นาทีในความเร็วปานกลาง
ตัวอย่าง HIIT
- HIIT 20/10 20 วินาทีของ Jump Squats สลับกับพัก 10 วินาที (ทำซ้ำ 8 รอบ)
- HIIT 30/15 30 วินาทีของ Mountain Climbers สลับพัก 15 วินาที (ทำซ้ำ 6 รอบ)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Cardio และ HIIT
1.HIIT และ Cardio ต่างกันอย่างไร?
HIIT เน้นการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบาในระยะเวลาสั้นๆ ขณะที่ Cardio เป็นการออกกำลังกายที่เน้นความต่อเนื่องและสม่ำเสมอเพื่อพัฒนาสุขภาพหัวใจและปอด
2.Cardio หรือ HIIT แบบไหนช่วยลดไขมันได้เร็วกว่า?
HIIT สามารถเผาผลาญไขมันได้เร็วกว่าในระยะเวลาสั้น เนื่องจากกระตุ้นการเผาผลาญหลังการออกกำลังกาย (Afterburn Effect) ในขณะที่ Cardio ช่วยเผาผลาญไขมันได้ในระยะยาวหากทำอย่างต่อเนื่อง
3.HIIT เหมาะกับใครบ้าง?
HIIT เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์การออกกำลังกายระดับหนึ่งแล้ว และต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว เช่น การลดไขมัน หรือเพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อ
4.Cardio เหมาะกับการออกกำลังกายสำหรับมือใหม่หรือไม่?
ใช่ การออกกำลังกายแบบ Cardio เช่น การเดินเร็วหรือวิ่งเบาๆ เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับมือใหม่ ช่วยปรับร่างกายและเพิ่มความแข็งแรงพื้นฐาน
5.HIIT ช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้หรือไม่?
HIIT สามารถช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อแกนกลางและขา หากผสมผสานการฝึกแรงต้านเข้าไป
6.Cardio ทุกวันดีต่อสุขภาพหรือไม่?
การทำ Cardio ทุกวันในระดับปานกลางดีต่อสุขภาพหัวใจและปอด แต่ควรมีวันพักหรือสลับกับการออกกำลังกายแบบอื่นเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
7.HIIT มีข้อเสียอะไรบ้าง?
HIIT อาจเพิ่มความเสี่ยงในการบาดเจ็บหากทำผิดท่า หรือหากร่างกายยังไม่พร้อม นอกจากนี้ยังไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหัวใจหรือข้อต่อ
8.Cardio หรือ HIIT เหมาะกับการลดพุงมากกว่ากัน?
HIIT มักให้ผลลัพธ์ในการลดพุงเร็วกว่า เนื่องจากกระตุ้นการเผาผลาญไขมันอย่างเข้มข้น แต่ Cardio ช่วยลดพุงได้เช่นกันหากทำควบคู่กับการควบคุมอาหาร
9.HIIT ควรทำบ่อยแค่ไหนใน 1 สัปดาห์?
HIIT ควรทำประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยให้มีวันพักระหว่างการฝึกเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัว
10.Cardio หรือ HIIT ช่วยเพิ่มความทนทานได้ดีกว่ากัน?
Cardio ช่วยเพิ่มความทนทานของหัวใจและปอดในระยะยาวได้ดีกว่า ในขณะที่ HIIT ช่วยเพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อในระยะเวลาสั้นๆ
สรุป
Cardio และ HIIT ต่างมีข้อดีและเหมาะสมกับเป้าหมายที่แตกต่างกัน หากคุณมีเวลามากและต้องการออกกำลังกายเบาๆ Cardio อาจเหมาะกับคุณ แต่หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและมีเวลาออกกำลังกายน้อย HIIT คือคำตอบที่ดีที่สุด เริ่มต้นวันนี้เพื่อเปลี่ยนแปลงสุขภาพของคุณในทางที่ดีขึ้น!
บทความนี้เขียนโดย...
โค้ชปูแน่น (ปู จักรินทร์ บุญลาภ)
เป็น CEO และที่ปรึกษาด้านการพัฒนาทีมเทรนเนอร์ในฟิตเนสของตัวเองที่ Real Gym ซาฟารีเวิลด์ รวมถึงแบรนด์อาหารเสริม และที่ปรึกษาด้าน Training Quality ให้กับทีมเทรนเนอร์ของ Sport club และฟิตเนสชั้นนำ
โปรไฟล์โค้ชปูแน่น
บทความทั้งหมด
โทร Call
หมวดหมู่สินค้าทั้งหมด
เลือกหมวดหมู่เครื่องออกกำลังกายที่คุณต้องการ
Powered by Mirasvit Magento 2 Extensions
-
เพิ่มไขมันดี (HDL) เพื่อสุขภาพหัวใจที่แข็งแรง เทคนิคและ 20 อาหารที่แนะนำ
-
คาร์โบไฮเดรต พลังงานสำคัญสำหรับนักออกกำลังกาย และนักกล้าม
-
15 ประโยชน์ของการวิ่ง ลงทุนสุขภาพง่ายๆ ด้วยการวิ่ง
-
อาหารหลังออกกำลังกาย ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ เสริมพลัง สร้างผลลัพธ์ที่ดี
-
เคล็ดลับออกกำลังกายช่วงมีประจำเดือน - ฟิต หุ่นสวย คลายปวด ด้วยวิธีง่ายๆ