ติดต่อเจ้าหน้าที่
เครื่องออกกำลังกาย อุปกรณ์ออกกําลังกาย อุปกรณ์ฟิตเนส
view-th view-en
ตะกร้า 0 ตะกร้าสินค้า

Cardio vs HIIT เลือกออกกำลังกายให้เหมาะกับเป้าหมายของคุณ

Cardio vs HIIT เลือกออกกำลังกายให้เหมาะกับเป้าหมายของคุณ
promotion homefittools

การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนาสุขภาพและรูปร่าง แต่คำถามที่มักจะเกิดขึ้นคือ ระหว่าง Cardio และ HIIT แบบไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด? บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเกี่ยวกับความแตกต่าง ข้อดี-ข้อเสีย และวิธีการเลือกการออกกำลังกายที่ตอบโจทย์คุณที่สุด พร้อมคำแนะนำในการเริ่มต้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Cardio และ HIIT คืออะไร?

Cardio (คาร์ดิโอ)

Cardio หรือ Cardiovascular Exercise หมายถึงการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น การวิ่ง การเดินเร็ว การปั่นจักรยาน และการว่ายน้ำ การออกกำลังกายประเภทนี้เน้นการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยเผาผลาญพลังงานและลดไขมันในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

HIIT (High-Intensity Interval Training)

HIIT หรือ การฝึกแบบหนักสลับเบา เป็นการออกกำลังกายที่เน้นความหนักในช่วงเวลาสั้นๆ สลับกับช่วงพัก เช่น การ Sprint 30 วินาที สลับกับการเดินช้า 1 นาที HIIT ได้รับความนิยมเพราะใช้เวลาน้อย แต่สามารถเผาผลาญพลังงานได้มาก รวมถึงกระตุ้นการเผาผลาญหลังออกกำลังกาย (Afterburn Effect) ที่ยาวนานกว่าการออกกำลังกายแบบ Cardio

 

ความแตกต่างระหว่าง Cardio และ HIIT

เป้าหมายของการออกกำลังกาย

  • Cardio เหมาะสำหรับการเสริมสร้างสุขภาพหัวใจและปอด ลดความเครียด และการเผาผลาญพลังงานในระดับปานกลาง
  • HIIT เน้นการเผาผลาญพลังงานอย่างรวดเร็ว เพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อ และกระตุ้นการเผาผลาญหลังออกกำลังกาย

ระยะเวลาในการออกกำลังกาย

  • Cardio ใช้เวลานานกว่า (30-60 นาที) เหมาะกับผู้ที่มีเวลาและต้องการความผ่อนคลาย
  • HIIT ใช้เวลาสั้น (15-20 นาที) แต่ต้องการความเข้มข้นสูง เหมาะกับผู้ที่มีเวลาจำกัด

การเผาผลาญพลังงาน

  • Cardio เผาผลาญพลังงานในขณะออกกำลังกายเท่านั้น
  • HIIT เผาผลาญพลังงานทั้งระหว่างและหลังออกกำลังกายได้ยาวนานกว่า (Afterburn Effect)

 

ข้อดีและข้อเสียของ Cardio และ HIIT

ข้อดีของ Cardio

  • Cardio เป็นการออกกำลังกายที่เหมาะกับคนทุกวัยและทุกระดับความฟิต ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นหรือผู้ที่ออกกำลังกายมาอย่างต่อเนื่อง Cardio ก็สามารถปรับให้เข้ากับความต้องการของแต่ละบุคคลได้อย่างง่ายดาย หนึ่งในข้อดีหลักของ Cardio คือการช่วยปรับปรุงระบบไหลเวียนโลหิตและเสริมสร้างสุขภาพหัวใจ การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง เช่น การเดินเร็วหรือการวิ่ง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของหัวใจในการสูบฉีดเลือด และยังลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจในระยะยาว
  • นอกจากนี้ Cardio ยังเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการลดความเครียดและเพิ่มสมาธิ เมื่อคุณเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและมีสมาธิมากขึ้น ทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายเพื่อการผ่อนคลายหลังจากวันที่ยาวนาน Cardio จึงไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสุขภาพกาย แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพจิตอีกด้วย

ข้อเสียของ Cardio

  • แม้ว่าการออกกำลังกายแบบ Cardio จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อเสียบางประการที่ควรพิจารณา หนึ่งในนั้นคือ การใช้เวลานาน หากเป้าหมายของคุณคือการเผาผลาญแคลอรีอย่างมีนัยสำคัญ การออกกำลังกายแบบ Cardio เช่น การเดินเร็วหรือการวิ่งระยะไกล อาจต้องใช้เวลานานกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับวิธีการออกกำลังกายรูปแบบอื่น เช่น HIIT ที่ให้ผลลัพธ์ในเวลาอันสั้นกว่า นี่อาจเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ที่มีตารางงานแน่นและต้องการประหยัดเวลา
  • อีกข้อเสียหนึ่งคือ Cardio ไม่เหมาะสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายประเภทนี้มุ่งเน้นไปที่ระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการเผาผลาญไขมัน มากกว่าการกระตุ้นการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ การฝึก Cardio ในระยะยาวโดยไม่มีการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ อาจทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อการเผาผลาญพลังงานโดยรวมในร่างกาย ดังนั้น ผู้ที่ต้องการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและรูปร่างที่กระชับ อาจต้องรวมการฝึกแบบเวทเทรนนิ่งหรือ HIIT เข้าไปในโปรแกรมออกกำลังกายของตนเองเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น


ข้อดีของ HIIT

  • หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ HIIT (High-Intensity Interval Training) คือความสามารถในการ เผาผลาญไขมันได้อย่างรวดเร็วในเวลาสั้น HIIT มุ่งเน้นการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูง สลับกับช่วงพักฟื้นสั้น ๆ ซึ่งช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญไขมันในร่างกายให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะใช้เวลาเพียง 15-30 นาทีต่อเซสชัน คุณก็สามารถเผาผลาญพลังงานได้เทียบเท่าหรือมากกว่าการออกกำลังกายแบบ Cardio ที่ใช้เวลายาวนาน
  • นอกจากนี้ HIIT ยังมีข้อได้เปรียบในเรื่องของ การเพิ่มการเผาผลาญพลังงานหลังออกกำลังกาย (Afterburn Effect) ซึ่งหมายความว่าหลังจากการฝึก HIIT ร่างกายจะยังคงเผาผลาญพลังงานต่อเนื่อง แม้จะหยุดการออกกำลังกายไปแล้วก็ตาม กระบวนการนี้เรียกว่า EPOC (Excess Post-Exercise Oxygen Consumption) ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญในร่างกาย ทำให้ HIIT เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักหรือกระชับสัดส่วนในเวลาอันสั้น
  • ข้อดีอีกประการของ HIIT คือการ เสริมสร้างความทนทานของร่างกาย การออกกำลังกายที่เน้นความเข้มข้นสูงในช่วงเวลาสั้น ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อและระบบหัวใจหลอดเลือดไปพร้อมกัน เมื่อฝึกอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะสามารถรับมือกับกิจกรรมที่ใช้พลังงานสูงได้ดีขึ้น ทำให้ HIIT ไม่เพียงแต่เหมาะสำหรับการลดน้ำหนัก แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการปรับปรุงสมรรถภาพโดยรวมของร่างกาย

ข้อเสียของ HIIT

  • แม้ว่า HIIT (High-Intensity Interval Training) จะเป็นการออกกำลังกายที่ทรงประสิทธิภาพ แต่ก็มีข้อเสียที่ควรระมัดระวัง โดยเฉพาะ ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหากทำผิดท่า ด้วยความที่ HIIT เน้นความเข้มข้นสูงและการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว การขาดเทคนิคที่ถูกต้องหรือการไม่วอร์มอัพก่อนออกกำลังกายอาจนำไปสู่การบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อหรือข้อต่อได้ง่าย ตัวอย่างเช่น ท่า Burpees หรือ Jump Squats หากทำโดยไม่รักษาท่าทางที่เหมาะสม อาจส่งผลต่อเข่าหรือหลังส่วนล่าง
  • นอกจากนี้ HIIT ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะโรคหัวใจหรือปัญหาข้อต่อ การออกกำลังกายด้วยความเข้มข้นสูงอาจเพิ่มความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งเป็นอันตรายสำหรับผู้ที่มีปัญหาดังกล่าว ผู้ที่มีข้อจำกัดทางสุขภาพจึงควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มโปรแกรม HIIT เพื่อให้มั่นใจว่าการฝึกเหมาะสมและปลอดภัย
  • ข้อเสียอีกประการหนึ่งคือ ความหนักหน่วงที่อาจทำให้ผู้เริ่มต้นรู้สึกท้อแท้ หากร่างกายยังไม่ชินกับการออกกำลังกายที่ใช้ความพยายามสูงอย่าง HIIT อาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้าเร็วเกินไป ดังนั้น การเริ่มต้นด้วยระดับความเข้มข้นที่เหมาะสมและปรับตามความสามารถจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บและสร้างความมั่นใจในการฝึกระยะยาว

อุปกรณ์ออกกำลังกายที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้



HIIT หรือ Cardio เลือกแบบไหนให้เหมาะกับเป้าหมายของคุณ

การตัดสินใจเลือกระหว่าง HIIT (High-Intensity Interval Training) และ Cardio ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและความต้องการเฉพาะของคุณ การเข้าใจจุดเด่นของทั้งสองรูปแบบการออกกำลังกายจะช่วยให้คุณเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมที่สุด

หากคุณต้องการลดไขมัน

สำหรับผู้ที่ตั้งเป้าหมายในการ ลดไขมันอย่างรวดเร็ว และมีเวลาออกกำลังกายจำกัด HIIT เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด ด้วยความเข้มข้นของการฝึกที่สูงและการใช้พลังงานในช่วงระยะเวลาสั้น HIIT สามารถกระตุ้นการเผาผลาญแคลอรี่ได้ทั้งระหว่างและหลังการออกกำลังกาย (Afterburn Effect) ซึ่งหมายความว่าร่างกายยังคงเผาผลาญไขมันต่อเนื่องแม้หลังจากคุณหยุดฝึกแล้ว ดังนั้น หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วในเรื่องของไขมันหน้าท้องและร่างกายที่กระชับ HIIT เป็นคำตอบ

 

หากคุณต้องการสุขภาพหัวใจและปอด

หากเป้าหมายของคุณคือการ พัฒนาสุขภาพหัวใจและปอด รวมถึงการเพิ่มความอึดและความยืดหยุ่นของระบบไหลเวียนโลหิต การเลือก Cardio ถือว่าเหมาะสมที่สุด การออกกำลังกายแบบ Cardio เช่น วิ่ง, เดินเร็ว, หรือปั่นจักรยาน เน้นการใช้กล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่องในระดับความหนักปานกลาง ช่วยให้หัวใจและปอดแข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและความดันโลหิตสูง รวมถึงช่วยลดความเครียดและทำให้นอนหลับดีขึ้น การฝึก Cardio ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายในระยะยาวเพื่อสุขภาพที่ดีโดยรวม

 

หากคุณเป็นมือใหม่

สำหรับผู้ที่ เพิ่งเริ่มต้นออกกำลังกาย หรือมีพื้นฐานทางร่างกายที่ยังไม่แข็งแรง การเริ่มต้นด้วย Cardio เป็นทางเลือกที่ดี เนื่องจากเป็นการฝึกที่ไม่หนักเกินไป ช่วยให้ร่างกายได้ปรับตัวกับการออกกำลังกาย เช่น การเดินเร็วหรือการปั่นจักรยานเบาๆ จะช่วยเสริมความแข็งแรงพื้นฐานของกล้ามเนื้อและระบบหัวใจ หลังจากที่ร่างกายพร้อม คุณสามารถค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นไปยังการฝึกแบบ HIIT เพื่อเพิ่มศักยภาพและผลลัพธ์ที่หลากหลายมากขึ้น

 

ตัวอย่างโปรแกรม Cardio และ HIIT

ตัวอย่าง Cardio

  • วิ่งบนลู่วิ่ง 30 นาที (โซน2 Heart Rate Zone 2)
  • ปั่นจักรยาน 20-40 นาทีในความเร็วปานกลาง

ตัวอย่าง HIIT

  • HIIT 20/10 20 วินาทีของ Jump Squats สลับกับพัก 10 วินาที (ทำซ้ำ 8 รอบ)
  • HIIT 30/15 30 วินาทีของ Mountain Climbers สลับพัก 15 วินาที (ทำซ้ำ 6 รอบ)

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Cardio และ HIIT

1.HIIT และ Cardio ต่างกันอย่างไร?

HIIT เน้นการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบาในระยะเวลาสั้นๆ ขณะที่ Cardio เป็นการออกกำลังกายที่เน้นความต่อเนื่องและสม่ำเสมอเพื่อพัฒนาสุขภาพหัวใจและปอด

2.Cardio หรือ HIIT แบบไหนช่วยลดไขมันได้เร็วกว่า?

HIIT สามารถเผาผลาญไขมันได้เร็วกว่าในระยะเวลาสั้น เนื่องจากกระตุ้นการเผาผลาญหลังการออกกำลังกาย (Afterburn Effect) ในขณะที่ Cardio ช่วยเผาผลาญไขมันได้ในระยะยาวหากทำอย่างต่อเนื่อง

3.HIIT เหมาะกับใครบ้าง?

HIIT เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์การออกกำลังกายระดับหนึ่งแล้ว และต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว เช่น การลดไขมัน หรือเพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อ

4.Cardio เหมาะกับการออกกำลังกายสำหรับมือใหม่หรือไม่?

ใช่ การออกกำลังกายแบบ Cardio เช่น การเดินเร็วหรือวิ่งเบาๆ เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับมือใหม่ ช่วยปรับร่างกายและเพิ่มความแข็งแรงพื้นฐาน

5.HIIT ช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้หรือไม่?

HIIT สามารถช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อแกนกลางและขา หากผสมผสานการฝึกแรงต้านเข้าไป

6.Cardio ทุกวันดีต่อสุขภาพหรือไม่?

การทำ Cardio ทุกวันในระดับปานกลางดีต่อสุขภาพหัวใจและปอด แต่ควรมีวันพักหรือสลับกับการออกกำลังกายแบบอื่นเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ

7.HIIT มีข้อเสียอะไรบ้าง?

HIIT อาจเพิ่มความเสี่ยงในการบาดเจ็บหากทำผิดท่า หรือหากร่างกายยังไม่พร้อม นอกจากนี้ยังไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหัวใจหรือข้อต่อ

8.Cardio หรือ HIIT เหมาะกับการลดพุงมากกว่ากัน?

HIIT มักให้ผลลัพธ์ในการลดพุงเร็วกว่า เนื่องจากกระตุ้นการเผาผลาญไขมันอย่างเข้มข้น แต่ Cardio ช่วยลดพุงได้เช่นกันหากทำควบคู่กับการควบคุมอาหาร

9.HIIT ควรทำบ่อยแค่ไหนใน 1 สัปดาห์?

HIIT ควรทำประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยให้มีวันพักระหว่างการฝึกเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัว

10.Cardio หรือ HIIT ช่วยเพิ่มความทนทานได้ดีกว่ากัน?

Cardio ช่วยเพิ่มความทนทานของหัวใจและปอดในระยะยาวได้ดีกว่า ในขณะที่ HIIT ช่วยเพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อในระยะเวลาสั้นๆ

สรุป

Cardio และ HIIT ต่างมีข้อดีและเหมาะสมกับเป้าหมายที่แตกต่างกัน หากคุณมีเวลามากและต้องการออกกำลังกายเบาๆ Cardio อาจเหมาะกับคุณ แต่หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและมีเวลาออกกำลังกายน้อย HIIT คือคำตอบที่ดีที่สุด เริ่มต้นวันนี้เพื่อเปลี่ยนแปลงสุขภาพของคุณในทางที่ดีขึ้น!


บทความนี้เขียนโดย...


โค้ชปูแน่น

โค้ชปูแน่น (ปู จักรินทร์ บุญลาภ)


เป็น CEO และที่ปรึกษาด้านการพัฒนาทีมเทรนเนอร์ในฟิตเนสของตัวเองที่ Real Gym ซาฟารีเวิลด์ รวมถึงแบรนด์อาหารเสริม และที่ปรึกษาด้าน Training Quality ให้กับทีมเทรนเนอร์ของ Sport club และฟิตเนสชั้นนำ

โปรไฟล์โค้ชปูแน่น

บทความทั้งหมด